Overview

Key rankings

  • อันดับ 2 ใน UNDP Human Development Index 2022
  • อันดับ 6 ใน UN Sustainable Development Goals Report 2021
  • อันดับ 7 ใน OECD Environmental Performance Review 2021
  • อันดับ 1 ใน Net Zero Readiness Index (NZRI) 2021 จัดทำโดย KPMG
  • ในปี ค.ศ. 2022 ร้อยละ 79.3 ของรถใหม่ที่ซื้อเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EVs)
  • กรุงออสโลเป็นเมืองหลวงที่มีจำนวนผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลต่อจำนวนประชากรสูงที่สุดในโลก (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2020)

Visions & Goals

  • บรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 55 ภายในปี ค.ศ. 2030 (เทียบกับระดับในปี 1990s) และตั้งเป้าหมายเป็น low-emission society ภายในปี ค.ศ. 2050
  • ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2025 รัฐบาลมีนโยบายระงับการขายรถยนต์แบบสันดาป (ซื้อได้แต่แบบ Hybrid และ EVs เท่านั้น)

Industries fostering innovations

น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
และอาหารทะเล

เป็นอุตสาหกรรมสำคัญอันดับ 1 และ 2 ของนอร์เวย์ และทั้งสองเป็นอุตสาหกรรมที่นอร์เวย์ส่งออกเป็นอันดับต้น โดยทั้งสองอุตสาหกรรมมีการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องอยู่เสมอ อาทิ ในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ มีการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เช่น เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage-CCS) เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด 

โดยเฉพาะพลังงานน้ำและพลังงานลม ส่วนในอุตสาหกรรมอาหารทะเล มีการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อขยายการผลิตและส่งออก ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน  

มีการต่อยอดเทคโนโลยี CCS เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วย เช่น ในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ โดย Heidelberg Materials และโรงงานเผาขยะ โดย Hafslund Oslo Celsio  มีการต่อยอดการพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดในอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น การเดินเรือ โดยบริษัท Yara ได้พัฒนาเรือ YARA Birkeland ซึ่งเป็นเรือที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองโดยใช้พลังงานไฟฟ้าลำแรกของโลก (zero emission) เพื่อศึกษาวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอร์เวย์ได้พัฒนา Blueye Pioneer โดรนใต้น้ำ ซึ่งมีประสิทธิภาพมาก แม้ในสภาวะน้ำลึกและมืด

อ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่


Offshore wind

นอร์เวย์เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกด้านกังหันลมนอกชายฝั่งแบบลอยตัว โดยมีประสบการณ์ในทะเลเหนือและมีการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องมามากกว่า 50 ปี และมี value chain ที่ครอบคลุม ทั้งบริการ อุปกรณ์ และโซลูชั่นที่หลากหลายสำหรับฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่ง ตั้งแต่ EPCI, HSE และการบริหารความเสี่ยง ไปจนถึงเรือ เคเบิล ระบบจอดเรือ และอื่นๆ

อ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่


Green maritime

ชาวนอร์เวย์มีประสบการณ์การต่อเรือและเดินเรือตั้งแต่สมัยไวกิ้ง และที่ผ่านมา ได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับนักวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ลูกค้า และผู้มีบทบาทระดับชาติและระดับนานาชาติ เพื่อพัฒนาโซลูชันที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ทั่วโลก ส่งผลให้ในปัจจุบัน นอร์เวย์เป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกในด้านโซลูชั่นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำและเป็นศูนย์ การปรับใช้ระบบดิจิทัล และการปรับปรุงเรือ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

อ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่


Digitalisation

รัฐบาลนอร์เวย์จัดตั้ง Norwegian Digitalisation Agency ในปี ค.ศ. 2020 เพื่อให้ความสำคัญกับการพัฒนาและเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่ความเป็นดิจิทัล เพื่อความก้าวหน้ายิ่งขึ้นของสังคมนอร์เวย์ โดยอาศัยความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 

          o ที่ผ่านมา นอร์เวย์ปรับปรุงกระบวนการต่างๆ ภายในภาครัฐ และทำให้รัฐบาลมีความใกล้ชิดกับภาคประชาชนและภาคธุรกิจมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น ในขณะนี้ นอร์เวย์กำลังพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงภาครัฐ ผ่านการปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมาย คือ การทำให้มีบริการของภาครัฐมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีการทำงานร่วมกันของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และขับเคลื่อนโดยผู้ใช้บริการและข้อมูล รวมถึงสามารถตอบสนองความต้องการ และความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงไปของภาคประชาชนและภาคธุรกิจได้ดีขึ้น 

         o รัฐบาลนอร์เวย์มองว่า ระบบดิจิทัลช่วยทำให้การบริหารจัดการทรัพยากรของภาคเอกชนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น ทำให้ภาคอุตสาหกรรมและการผลิตสามารถประเมินวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการผลิตได้อย่างแม่นยำ ส่วนในด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ ทำให้สามารถคำนวนเวลาและเลือกเส้นทางที่ใช้พลังงานต่ำสุด เป็นต้น 


 Hydrogen

รัฐบาลนอร์เวย์จัดทำเอกสาร the Norwegian Government’s hydrogen strategy towards a low emission society และเผยแพร่เมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2020 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยให้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับต่ำ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจของนอร์เวย์ในเวทีระหว่างประเทศ ส่งผลให้นอร์เวย์เป็นหนึ่งในผู้ผลิต green hydrogen (นำกลับมาใช้ได้ใหม่และปราศจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะเมื่อใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาด) และไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำชั้นนำของโลก และเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกเรือที่ใช้พลังงานไฮโดรเจน นอกจากนั้น นอร์เวย์ยังนำเสนอโซลูชั่นคุณภาพสูงสำหรับการขนส่ง การจัดเก็บ และการ กระจายสินค้า โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก


Smart city

รัฐบาลนอร์เวย์จัดทำเอกสาร Roadmap for smart and sustainable cities and communities in Norway และเผยแพร่เมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2019 เพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมความร่วมมือและความคิดสร้างสรรค์ร่วมกัน โดยเมือง Stavanger เป็นเมืองแรกที่ได้รับรางวัล Mobility Award จาก Norwegian Public Roads Administration และได้รับการขนานนามว่าเป็น Norway’s smartest city


EV

รัฐบาลนอร์เวย์มีนโยบายส่งเสริมการใช้ EVs ตั้งแต่ปี 2532 โดยมีมาตรการสร้างแรงจูงใจ เช่น การลดหย่อยภาษีต่างๆ การยกเว้นค่าผ่านทาง และการอนุญาตให้ขับขี่ในช่องทางรถโดยสารประจำทางเป็นต้น ส่งผลให้ในปัจจุบัน นอร์เวย์มีอัตราการใช้รถยนต์ไฟฟ้าต่อประชากรสูงที่สุดในโลก โดยในปี 2566 มีสัดส่วนยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าสูงถึงร้อยละ 83 ของยอดขายรถยนต์ส่วนบุคคลทั้งหมดในตลาด นอกจากนั้น ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป มีนโยบายให้รถยนต์ที่ซื้อใหม่ จะต้องเป็นรถยนต์ไฟฟ้าหรือ Hybrid เท่านั้น

 ประเทศต่างๆ รวมถึงไทย สามารถเรียนรู้นโยบายของรัฐบาลนอร์เวย์ และนำมาปรับใช้กับบริบทของประเทศตนได้ ทั้งนี้ ความสำเร็จของรัฐบาลนอร์เวย์ ส่วนหนึ่งอาศัยความร่วมมือของภาคประชาชนและเอกชน และที่สำคัญคือ นโยบายของรัฐบาลที่มีความชัดเจนและต่อเนื่อง ทำให้ภาคเอกชนมีความมั่นใจและสามารถตัดสินใจที่จะลงทุน และพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานีชาร์จรถไฟฟ้า และแท่นชาร์จไฟอัจริยะ เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตต่อไป


การบริหารจัดการขยะ

ระบบการรับซื้อขวดพลาสติกและกระป๋องอลูมิเนียมบรรจุเครื่องดื่มของนอร์เวย์ หรือ Deposit Return System (DRS) เป็นระบบบริหารจัดการขยะรีไซเคิลที่เก่าแก่ที่สุด และประสบความสำเร็จระบบหนึ่งของโลก โดยตั้งแต่ปี ค.ศ. 2021 นอร์เวย์มีอัตราการคืนขวดพลาสติกและกระป๋องอลูมิเนียมมากกว่าร้อยละ 90 และในปัจจุบัน ร้อยละ 97 ของขวดพลาสติกถูกนำมาส่งคืน

            o หลักการของระบบดังกล่าวที่ไม่ซับซ้อน กล่าวคือ ผู้บริโภคจ่ายค่ามัดจำขวดพลาสติกหรือกระป๋องอลูมิเนียมในราคา 1-3 โครนนอร์เวย์ เมื่อซื้อเครื่องดื่มที่บรรจุในขวดพลาสติกหรือกระป๋องอลูมิเนียม โดยผู้บริโภคจะได้รับเงินมัดจำดังกล่าวคืน เมื่อนำขวดและกระป๋องเปล่าส่งคืน ผ่านตู้รับคืนขวดและกระป๋องอัตโนมัติ 

ซึ่งมักจะหาได้ทั่วไปตามร้านที่มีเครื่องดื่มบรรจุขวดพลาสติกหรือกระป๋องอลูมิเนียม โดยหากผู้บริโภคไม่ประสงค์รับเงินคืนยังสามารถเลือกบริจาคให้หน่วยงาน เช่น สภากาชาด ได้ด้วย

           o หลักการดังกล่าวกระตุ้นให้ผู้บริโภคมีความพยายามในการส่งคืนขวดพลาสติกและกระป๋องอลูมิเนียมที่ดื่มเครื่องดื่มหมดแล้ว จากนั้น ขวดและกระป๋องดังกล่าวจะถูกนำไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลและนำกลับมาใช้ใหม่ โดยมีบริษัท Infinitum ของนอร์เวย์ ที่ริเริ่มผลิตเครื่องรับคืนขวดและกระป๋องอัตโนมัติ และนำมาใช้ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1999 หรือเมื่อ 25 ปีที่แล้ว บริษัท Infinitum ประเมินว่า ในปัจจุบัน ร้อยละ 92 ของขวดพลาสติกถูกนำมารีไซเคิล โดยขวดพลาสติกบางขวดอาจถูกรีไซเคิลมาแล้วมากกว่า 50 ครั้ง


โอกาสในการสร้างความร่วมมือ (Opportunities)

Thai-Norway collaborations

  • ความร่วมมือทางวิชาการด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน เสนอโดยกรมประมงและ BIOTEC
  • การศึกษาดูงานและเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) โดยกลุ่มวิจัยขั้นแนวหน้าการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (Chiang Mai CCS) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • การศึกษาดูงานและเรียนรู้เกี่ยวกับนโยบายการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EVs)
  • โอกาสความร่วมมือด้านการบริหารจัดการขยะประเภทขวดพลาสติกและกระป๋องอลูมิเนียมบรรจุเครื่องดื่ม
  • ความร่วมมือด้านการขจัดขยะทะเล ซึ่ง บริษัท LoVeMar AS สนใจจะถ่ายทอดความรู้ และยินดีสนับสนุนเงินลงทุนสำหรับการผลิตอุปกรณ์ marine debris sweeper และ floating conveyor ให้กับหน่วยงานของไทยที่สนใจ โดยจากการทดสอบอุปกรณ์ดังกล่าวพบว่า สามารถดักจับขยะทะเลได้ถึงร้อยละ 99.8 และ บริษัท Tiepoint AS ประสงค์เยือนไทยเพื่อทำแผนที่ป่าชายเลน (mapping of mangrove forest areas) เพื่อสนับสนุนข้อมูลขยะทะเลโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) และรายงานสภาพของป่า รวมถึงคํานวณโควต้า CO2 และปริมาณการเติบโตของป่าประจำปี
  • ความร่วมมือระหว่าง Innovation Norway กับหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ซึ่ง สอท. ได้ประสานให้ทั้งสองฝ่ายได้พบหารือกันในช่วงการประชุม Norway-Asia Business Summit 2023 เมื่อเดือน พ.ย. 2566 ที่ กทม. โดย บพข. ได้แจ้งว่า สนใจเทคโนโลยี renewable energy และ circular economy เนื่องจากเป็น flagships ของนอร์เวย์ ซึ่ง Innovation Norway ยินดีที่จะนัดหารือทางออนไลน์เพื่อแลกเปลี่ยนในเรื่องนี้ต่อไป นอกจากนั้นในระหว่างการประชุมดังกล่าว บพข. ได้พบกับหน่วยงาน FOMO ของนอร์เวย์ ซึ่งส่งเสริมเรื่อง deep tech startup และ entrepreneur Slingshots และทั้งสองฝ่ายนัดหารือทางออนไลน์กันต่อไปด้วย
  • ความร่วมมือด้าน Startup
    • ในงาน Oslo Innovation Week 24-28 ก.ย. 2561 มีบริษัทจากไทย 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท Jasberry และ บริษัท Ricult ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมแข่งขันเสนอผลงาน (pitching) ในงาน 100 PITCHES ภายใต้โจทย์การใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนตามเป้าหมาย UN’s Sustainable Development Goals (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับรายได้ให้เกษตรกรไทย ขณะเดียวกัน ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรของไทยในระดับโลก
    • ใน Webinar Europe-Asia Startup Day เมื่อ 21 เม.ย. 2564 สอท. ได้เชิญนาย Berg Moe ประธาน Norwegian Entrepreneurs Club และนาย Pål Klouman Bekken ผู้ก่อตั้งบริษัท Bryggefisk จากนอร์เวย์ (ด้านอาหารและอาหารทะเล) ร่วมเป็นวิทยากรด้วย

       


Funds and fellowships

Innovation Norway มีทุนสนับสนุนการศึกษาวิจัย โดยเฉพาะในด้านนวัตกรรม สำหรับผู้ประกอบการภายในประเทศ สำหรับในต่างประเทศ สามารถสนับสนุนเงินทุน ทั้งแบบให้เปล่าและเงินกู้ยืม

The Research Council of Norway และ Innovation Norway (โดยกระทรวงคมนาคม) มีทุนสำหรับโครงการ Pilot-T ให้กับบริษัทที่ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการคิดค้นความรู้ใหม่ หรือใช้ความรู้เดิมในมิติใหม่ เพื่อเร่งการประยุกต์ใช้โซลูชั่นการคมนาคมอัจฉริยะแบบใหม่ โดยการพัฒนาและทดสอบและ/หรือนำร่องเทคโนโลยี บริการ และรูปแบบธุรกิจที่มีศักยภาพ ในการสร้างระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับอนาคต


รวบรวมข้อมูลโดย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล (๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๗)
Published by TNIU Thailand and Nordic Countries Innovation Unit


Latest blogs about Norway