นวัตกรรมดาวเทียม ICEYE ฟินแลนด์ 

  1. จากงานวิจัยสู่ความร่วมมือบูรณาการณ์
  2. ดวงตาจากอวกาศเพื่อช่วยเหลือมนุษยชาติและผืนโลก
  3. ข้อมูลแม่นยำเพื่อทุกคน (Democratizing Data)
  4. ความร่วมมือ ICEYE กับกลุ่มประเทศอาเซียน
  5. ดาวเทียมประเทศไทย

เอกอัครราชทูตอาเซียน (ไทย อิโดนิเซีย เวียดนาม มาเลเซีย) ผนึกกำลังหารือกับบริษัทดาวเทียมชั้นนำ ICEYE จาก ฟินแลนด์ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีดาวเทียมในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งรับป้องการการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศแบบ Realtime 24/7 (Response & Recovery)

เอกอัครราชทูตชวนาถ ทั่งสัมพันธ์ เอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย เอกอัครราชทูตเวียดนาม และอุปทูตมาเลเซีย ได้เข้าพบหารือกับผู้แทนบริษัท ICEYE – Damon Olloman, Richard Burren และ Juha Christensen, CEO SCS Consulting Lt.

เทคโนโลยีดาวเทียมภาพถ่ายภูมิสารสนเทศ ช่วยให้มนุษย์ได้เข้าใจสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้บนผืนโลกสู่การวางแผนพัฒนา แต่ปกติแล้วดาวเทียมทั่วไป จะใช้เวลานานในการนำส่งข้อมูลและภาพไม่คมชัด กว่าข้อมูลจะมาถึง ภัยต่างๆ ก็เกิดขึ้นแล้ว ในสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องมีเทคโนโลยีที่ “คม ชัด ลึก” ตั้งรับและรุกแก้ปัญหาอย่างตรงจุดทันเวลา

เกิดเป็นนวัตกรรมดาวเทียม ICEYE SAR ผลจากงานวิจัยนักศึกษาปริญญาเอก 2 ท่าน จากมหาวิทยาลัย Aalto University Finland Mr. Rafal Modrzewski ชาวโปแลนด์ และ Mr. Pekka Laurila ชาวฟินแลนด์ ที่ศึกษาวิจัยตั้งแต่เมื่อปีพ.ศ. 2555 ด้วยวิสัยทัศน์ (Vision) “เราจะจับตาดูแลโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้าใจสิ่งมีชีวิตบทโลก แบบ Real time.” 

จากงานวิจัยสู่ความร่วมมือบูรณาการณ์

ICEYE ได้รับเงินทุนตั้งต้นจาก Aalto Center for Entrepreneuship และ European Union’s Horizon ประมาณ 5-6 ล้านยูโร และต่อมาจาก Business Finland อีกประมาณ 13 ล้านยูโร ทำให้บริษัทฯ สามารถพัฒนาและปรับปรุงดาวเทียมของตนได้อย่างรวดเร็ว และปัจจุบันบริษัทฯ สามารถระดมเงินทุนจากทั้งภาครัฐและกองทุนชั้นนำเอกชน อาทิ Seraphim Space และ BAE Systems ของสหราชอาณาจักร และ Kajima Ventures ของญี่ปุ่น และนักลงทุนรายย่อยอื่นๆ รวมเป็นเงินประมาณ 334 ล้านดอลลาร์สหรัฐ บริษัทฯ นอกจากจะมีสำนักงานใหญ่ที่เขตเอสโป ฟินแลนด์ แล้วยังมีสำนักงานสาขาที่สหรัฐ โดยมีโรงงานผลิตในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ และที่โปแลนด์ ด้วยความร่วมมือทั้งจากภาคการศึกษาสู่ธุรกิจ ภาครัฐและนานาชาติ ทำให้ ICEYE เติบโตอย่างรวดเร็ว

โดยกลุ่มลูกค้าของ ICEYE ประกอบด้วยธุรกิจหลายประเภท อาทิ เกษตรกรรม การเดินเรือ การประกันภัย และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจากประเทศต่างๆ อาทิ อินเดีย เกาหลี ญี่ปุ่น สหรัฐ อินโดนีเซีย ยูเครน และรัสเซีย (ก่อนหน้าความขัดแย้งกับยูเครน) ในส่วนการให้บริการ ICEYE เสนอให้บริการดาวเทียมโดยให้ลูกค้าซื้อดาวเทียมได้โดยตรงหรือจัดหาภาพจากกลุ่มดาวที่มีอยู่ โดยดาวเทียมแต่ละดวงจะมีอายุการใช้งานประมาณ 3 ปี อย่างไรก็ตาม ดาวเทียมดวงแรกของ ICEYE มีอายุใช้งานถึง 5 ปีแล้ว แต่ยังคงใช้งานได้ดีอยู่ แต่ ICEYE มีแผนจะปลดระวาง (decommission) ดาวเทียมดังกล่าว ในช่วงปีหน้า

Cr. ICEYE

ดวงตาจากอวกาศเพื่อช่วยเหลือมนุษยชาติและผืนโลก

ICEYE มีเป้าหมายเพื่อช่วยป้องกันภัยพิบัติ เช่นไฟป่า สถานการณ์น้ำท่วม ซึนามิ การตัดไม้ทำลายป่า การติดตามเรือเดินทะเล การตรวจจับน้ำมันรั่วไหลในทะเล รวมถึงการลักลอบเข้าเมือง ทันท่วงทีภายใน 24 ชั่วโมง โดยสามารถมอนิเตอร์ได้กว้างถึง 5,000 ตร.กม. และซูมดูภาพแบบคมชัดได้ในระยะ 50 ซม.  

ตัวอย่างการรวบรวมดาต้าด้านน้ำท่วมจากบริษัท ICEYE https://www.iceye.com/downloads/flood-briefings

นอกจากนี้ มูลนิธิการกุศล Serhiy Prytula ของยูเครน ได้ซื้อดาวเทียมที่มีอยู่แล้วในวงโคจรจาก ICEYE สำหรับความต้องการของกองทัพยูเครน ทำให้สามารถรับภาพถ่ายดาวเทียมเรดาร์ในสถานที่สำคัญ ๆ ได้ ทั้งนี้ ดาวเทียมจะบินผ่านดินแดนของประเทศยูเครนวันละสองครั้งและภาพถ่ายที่ได้รับจะมาจากฝั่งยูเครนเท่านั้น และเมื่ออุปกรณ์ไม่บินผ่านอาณาเขตของประเทศยูเครน ผู้รับบริการรายอื่นก็จะสามารถเข้าถึงกลุ่มดาวเทียม SAR ของ ICEYE ได้

สำหรับข้อมูลที่ได้รับจากดาวเทียมยังครอบคลุมถึงความสามารถในการแยกแยะวัตถุพรางตัวหรือระบุหุ่นที่แตกต่างจากอุปกรณ์จริง และจะมองเห็นวัตถุประดิษฐ์บางอย่างในภูมิประเทศได้ด้วย เช่น เครื่องจักรหรือที่พักพิงในป่า ซึ่งเมื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์จะทำให้สามารถออกแบบการเตรียมการยุทโธปกรณ์และยุทธวิธีในการป้องกันประเทศของยูเครนได้ อนึ่ง ยูเครนจะมีสิทธิแต่เพียงฝ่ายเดียวในการกำหนดว่าดาวเทียมจะบันทึกอะไรและเมื่อใด และจะเป็นเจ้าของดาวเทียมดังกล่าวจนกว่าจะหมดอายุการใช้งาน

ข้อมูลแม่นยำเพื่อทุกคน (Democratizing Data)

ดาวเทียมจาก ICEYE เป็นดาวเทียมวงโคจรต่ำขนาดเล็ก (microsatellite) ด้วยขนาดและน้ำหนักเบา ราคาจับต้องได้ เก็บภาพคมทั้งกลางวันกลางคืนได้ในทุกสภาพอากาศ ทะลุทะลวงเมฆได้ และที่สำคัญใช้พลังงานจาก “โซลาร์เซลส์​“ มีเทคโนโลยีเรดาร์รูรับแสสังเคราะห์​​ นอกจากนี้ดาวเทียม ICEYE มีความร่วมมือกับบริษัท SpaceX ของ Elon Musk ในการปล่อยขึ้นโคจรสู่อวกาศ ทำให้สามารถ Scale ตลาดเติบโตอย่างรวดเร็ว ยั่งยืนและมีคุณภาพ 

ปัจจุบัน ICEYE ปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรแล้วถึง 32 ดวง และยังมีแผนที่จะปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 3-4 ดวงต่อปี จึงมีประสิทธิภาพสูงกว่าดาวเทียมของบริษัทชั้นนำอื่นๆ

ลงทะเบียนเพื่อดู Data : ICEYE Imagery Archive

คณะกรรมการอาเซียนประจำกรุงเฮลซิงกิ (AHC) หารือ ICEYE วันที่ 4 ธ.ค. 2566

ความร่วมมือ ICEYE กับกลุ่มประเทศอาเซียน

ในขั้นแรกอาจศึกษาแนวทางการพัฒนาดาวเทียมไทย และดูความเป็นไปได้ทำสัญญาบริการข้อมูลภาพถ่ายที่สามารถช่วยติดตามแบบ Real time โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม Dwell image product ที่ ICEYE ผลิตขึ้น ซึ่งน่าจะเหมาะสมกับประเทศไทยทั้งในด้านการใช้งานในการจัดการพื้นที่เกษตรกรรมและการติดตามประเมินภัยพิบัติต่างๆ ตลอดจนการลักลอบเข้าเมือง และในด้านต้นทุนค่าใช้จ่าย

ดาวเทียมประเทศไทย

ดาวเทียม THEOS-2 (ธีออส 2) เป็นโครงการของหน่วยงาน GISTDA ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม โดยคำว่า ‘THEOS (ธีออส)’ เป็นคำย่อมากจากคำว่า ‘Thailand Earth Observation Satellite’ หมายถึง ดาวเทียมสำรวจโลกของประเทศไทย โดยได้ปล่อยสู่อวกาศวันที่ 7 ต.ค. 2566 เป็นที่เรียบร้อย

โดยดาวเทียม THEOS-2 ใช้ในการเก็บภาพรายละเอียดสูงถึง 50 เซนติเมตรต่อพิกเซล กลุ่มดาวเทียมสำรวจโลกรายละเอียดสูง (Very High Resolution) ซึ่งดีที่สุดในกลุ่มของประเทศอาเซียน เทียบชั้นกับดาวเทียมรายละเอียดสูงในกลุ่มผู้นำโลก สามารถถ่ายภาพและส่งข้อมูลลงมาที่สถานีภาคพื้นดินได้ไม่ต่ำกว่า 74,000 ตารางกิโลเมตรต่อวัน และถูกวางโครงสร้างให้มีอายุการใช้งานประมาณ 10 ปี 

ดาวเทียมไทย THEOS-2 จากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA 

การมีดาวเทียมเป็นเครื่องมือหนึ่งในการส่งเสริม ควบคุมแก้ไขปัญหา แต่การจะรักษาและป้องกัน โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้องอาศัยเราทุกคนบนภาคผืนดิน ในการร่วมมือพัฒนานวัตกรรมและความร่วมมือ เพื่อปกป้องโลกบ้านหลังเดียวของเรา


ข้อมูลเพิ่มเติม:

ICEYE: www.iceye.com 

GISTDA: https://www.gistda.or.th

Aalto Startup Center: https://startupcenter.aalto.fi


ติดตามข่าวสารเพื่อพัฒนานวัตกรรมไทย-นอร์ดิก สู่ความยั่งยืน 

Facebook: Thailand and Nordic Countries Innovation Unit

ขอบคุณข้อมูลจาก: สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮลซิงกิ 

Discover more from Welcome to TNIU

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading