
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 เวลา 15.00-18.00 น. (เวลาประเทศไทย) สถานเอกอัครราชทูตไทยในกลุ่มประเทศนอร์ดิกทั้ง 4 แห่ง (สวีเดน เดนมาร์ก นอร์เวย์ และฟินแลนด์) ร่วมกับ Thailand and Nordic Countries Innovation Unit (TNIU) ได้จัดการประชุมออนไลน์ เพื่อระดมสมองเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือที่ฝ่ายไทยต้องการในด้านความยั่งยืนและนวัตกรรมจากกลุ่มประเทศนอร์ดิก โดยได้เชิญหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ที่มุ่งมั่นพัฒนาด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนเข้าร่วม โดยมีจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 78 ท่าน จาก 31 หน่วยงาน
การประชุมฯ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ (1) เป้าหมายความต้องการ (demand-driven) อาทิ สาขาความร่วมมือที่เฉพาะเจาะจงด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี หรือ solutions ที่ภาคส่วนต่างๆ ต้องการจากกลุ่มประเทศนอร์ดิก และ (2) ร่วมเสนอแนะรูปแบบโครงการ กิจกรรม และความคาดหวังที่สามารถดำเนินการร่วมกันได้กับสถานเอกอัครราชทูตทั้ง 4 แห่งและ TNIU
ช่วงที่หนึ่ง – ประมวลศักยภาพและจุดเด่นด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน
นางอรุณรุ่ง โพธิ์ทอง ฮัมฟรีย์ส เอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม กล่าวเปิดการประชุม พร้อมสรุปปัจจัยความสำเร็จภาพรวมของกลุ่มประเทศนอร์ดิกที่ทำให้ภูมิภาคนี้เป็นหนึ่งในผู้นำด้านนวัตกรรมของโลก ซึ่งปัจจัยดังกล่าว ได้แก่ (1) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการส่งเสริมการวิจัยและการพัฒนา (2) การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และ (3) ความเป็นเลิศด้านระบบนิเวศอุตสาหกรรมและผสานความร่วมมือทุกภาคส่วนในจตุภาคี (Quadruple Helix) ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และ ภาคประชาสังคม ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมแบบทั้งองคาพยพ
เอกอัครราชทูตและอุปทูตฯ ในกลุ่มประเทศนอร์ดิกทั้ง 4 แห่ง ได้ร่วมกันให้ข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพและจุดเด่นของแต่ละประเทศ เพื่อชี้แนะแนวทางและโอกาสในการส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศไทยต่อไป ภายใต้การขับเคลื่อนนโยบายการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก (Proactive Economic Diplomacy) และนโยบาย Bio-Circular-Green Economy (BCG) ของรัฐบาล ดังนี้
เดนมาร์ก

นางศิริลักษณ์ นิยม เอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน ได้เล่าถึงจุดเด่นของเดนมาร์กในหลายมิติ ซึ่งที่ผ่านมาเดนมาร์กอยู่ในอันดับ 1 ด้านศักยภาพการแข่งขันของโลก (IMD World Competitiveness 2023) มี Innovation hub ที่มีชื่อเสียงและมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่โดดเด่นด้วยกันหลายสาขา อาทิ ด้าน Life Science (มีการจัดตั้ง Medicon Valley ระหว่างสวีเดนกับเดนมาร์กและมีการจัดตั้ง Bio Innovation Institute) ด้านเทคโนโลยีควอนตัม (มีการจัดตั้งสถาบันวิจัย Niels Bohr Institute ที่เปิดให้นักวิจัย สตาร์ทอัพเข้าร่วมได้และเป็นที่ตั้งของคอมพิวเตอร์ควอนตัมเครื่องแรกของโลก)
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น ด้านหุ่นยนต์ มีการพัฒนาศูนย์ ‘Odense Robotic’ ด้านสิ่งแวดล้อมและการรับมือกับ Climate Change มีการส่งเสริมการพัฒนาพลังงานสะอาด พลังงานทดแทน การรับมือกับการบริหารจัดการน้ำ และการกักเก็บและดักจับคาร์บอน (CCS) ด้าน Circular Economy มีการสร้างต้นแบบของ Industrial Symbiosis และด้านการเกษตรและอาหารยั่งยืน เป็นต้น
ในส่วนของกิจกรรมความร่วมมือระหว่างไทย-เดนมาร์ก ในปีนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ดำเนินโครงการส่งเสริมความร่วมมือและพัฒนาศักยภาพทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านอาหารของไทยกับเดนมาร์ก โดยจะมีการนำวิทยากรผู้เชี่ยวชาญชาวเดนมาร์กเข้าร่วมงานบรรยายในงาน Thailand Retail, Food & Hospitality Services 2024 (TRAFS) วันที่ 11-14 กรกฎาคม 2567 ณ ไบเทค กรุงเทพฯ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการถ่ายทอดเทคโนโลยี และในช่วงวันที่ 6 มิถุนายน 2567 จะมีการนำวิทยากรจาก Greensand Project ประเทศเดนมาร์ก และ Technical University of Denmark (DTU) ไปบรรยายที่ประเทศไทยด้วยในงาน International CCUS Symposium จัดโดย Thailand CCUS Alliance และ Chiang Mai CCS
ฟินแลนด์

นางสาวชวนาถ ทั่งสัมพันธ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ เน้นย้ำจุดเด่นของกลุ่มประเทศนอร์ดิกที่มีความคลายคลึงกัน พร้อมเล่าถึงมุมมองของฟินแลนด์ที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทยโดยเฉพาะในด้าน Digital Infrastructure Hub ที่แข็งแกร่งและแนวทางการพัฒนาแบบ BCG โดยเฉพาะด้าน Waste to Energy solutions ซึ่งถือเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับสถานการณ์และแนวโน้มของโลกในปัจจุบัน
นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตชวนาถฯ ยังได้ย้ำถึงโอกาสในการส่งเสริมสตาร์ทอัพไทยในปีนี้ โดยทางสถานเอกอัครราชทูตฯ มีความตั้งใจที่จะผลักดันการจัดตั้ง ‘Thai Pavillion’ ภายในงาน Slush ซึ่งเป็นงานอีเวนท์ใหญ่ที่รวมสตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญสายเทคโนโลยีจากทั่วโลกมาไว้ที่กรุงเฮลซิงกิ ในช่วงระหว่างวันที่ 20-21 พฤศจิกายน 2567 งานดังกล่าวจะเปิดโอกาสและเป็นเวทีให้สตาร์ทอัพไทยได้นำเสนอศักยภาพภายใต้ระบบนิเวศนวัตกรรมระดับโลก และยังเป็นโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินงานร่วมกับบริษัท Techsauce สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และหน่วยงานในภาคีความร่วมมือต่าง ๆ
นอร์เวย์

ในส่วนของนอร์เวย์ นายมนต์ศักดิ์ แจ้งอริยวงศ์ อุปทูตฯ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล ได้กล่าวถึงจุดเด่นของนอร์เวย์ด้านพลังงานสะอาด ซึ่งรวมถึงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานน้ำและลม การพัฒนากังหันลมนอกชายฝั่ง และการใช้พลังงานไฮโดรเจน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเดินเรือ ความก้าวหน้าด้านรถยนต์ส่วนบุคคลและขนส่งสาธารณะที่ใช้ระบบ EV (สัดส่วนการใช้ EV ต่อประชากรสูงที่สุดในโลก) อนึ่ง แม้ภูมิศาสตร์ของนอร์เวย์จะเป็นแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ แต่ก็มีเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ที่โดดเด่นและได้รับความสนใจจากหน่วยงานไทยหลายหน่วยงาน อาทิ กลุ่มวิจัยการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชียงใหม่ (Chiang Mai CCS) ที่มาศึกษาดูงานโครงการ Northern Lights และรัฐวิสาหกิจ Gassnova SF นอกจากนี้ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำยั่งยืนและอาหารทะเล ยังเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ TNIU Norway มีการจัดทำ Webinar ร่วมกับกรมประมงและ BIOTEC และประสานการส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการระหว่างหน่วยงานทั้งสองกับฝ่ายนอร์เวย์
สวีเดน

ในส่วนของสวีเดน ซึ่งเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอันดับ 2 ของโลกและอันดับ 1 ใน EU นั้น เอกอัครราชทูต อรุณรุ่ง โพธิ์ทอง ฮัมฟรีย์ส ได้เล่าถึงอุตสาหกรรมหลักของสวีเดนทั้ง 6 ด้านที่ส่งเสริมให้เกิด Solutions นวัตกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ (1) พลังงานและแบตเตอรี่ (2) อุตสาหกรรมการขนส่ง (3) การพัฒนาการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (4) อุตสาหกรรมด้านวัสดุ (5) วิทยาศาสตร์ชีวภาพ และ (6)เทคโนโลยีดิจิตอล ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นสาขาที่ไทยและสวีเดนสามารถต่อยอดความร่วมมือกันให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมได้ต่อไป
นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตอรุณรุ่งฯ ยังได้กล่าวถึงตัวอย่างความร่วมมือระหว่างไทย-สวีเดน ที่เป็นรูปธรรม ในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะ “โครงการบริหารจัดการดูแลป่าไม้และอุตสาหกรรมเมืองไม้ยั่งยืน” ซึ่งปัจจุบันได้นำไปสู่การจัดทำข้อเสนอโครงการวิจัยร่วมระหว่างไทยกับสวีเดนภายใต้หัวข้อ “การวางรากฐานสำหรับอุตสาหกรรมใหม่ในประเทศไทย: การก่อสร้างด้วยไม้โดยยึดหลักความยั่งยืนของป่าไม้และการฟื้นฟูภูมิทัศน์ป่าไม้” (Setting the stage for a new industry in Thailand: Timber construction based on sustainable forestry and forest landscape restoration) โดยโครงการอยู่ระหว่างขั้นตอนการขอรับทุนวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)
ช่วงที่สอง – ระดมสมองเพื่อกำหนดสาขาและแสวงหาแนวทางความร่วมมือเพื่อผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
ผู้เข้าร่วมการประชุมฯ จาก 31 หน่วยงาน ได้ร่วมกันนำเสนอความต้องการของแต่ละหน่วยงาน รวมทั้งแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ซึ่งสามารถจัดกลุ่มสาขาความร่วมมือที่เฉพาะเจาะจง ได้รวม 5 กลุ่มความสนใจ ดังนี้
- การดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage: CCS, Carbon Capture and Utilization: CCU, Bioenergy with Carbon Capture and Storage: BECCS)
- การพัฒนาเมืองอัฉริยะและเมืองยั่งยืน (Smart and Sustainable Cites)
- การพัฒนาศักยภาพสตาร์ทอัพไทยสู่เวทีระดับโลก อาทิ Climate Tech, AI
- การพัฒนาผู้นำเยาวชนด้านความยั่งยืน (Young Chief Sustainability Officer: Young CSO)
- การพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตยั่งยืน (Green Industrial and Manufacturing)
นอกจากนี้ยังมีสาขาอื่น ๆ ที่ได้รับความสนใจและเป็นข้อเสนอแนะจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สาขาเทคโนโลยีควอนตัม การป้องกันการรั่วไหลของสารเคมี การดีไซน์เพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco-design) การพัฒนากลุ่ม SMEs โดยเฉพาะกลุ่มด้านอาหารและการเกษตรยั่งยืน การเพาะเลี้ยงพันธุ์สัตว์น้ำยั่งยืน การพัฒนาขนส่งสาธารณะด้วย EV เทคโนโลยีขั้นสูงด้านพลังงาน นวัตกรรมทางการแพทย์และยา การเชื่อมโยงกับแหล่งทุนวิจัยกับกลุ่มประเทศนอร์ดิก เป็นต้น
ในส่วนของการดำเนินการต่อไป สถานเอกอัครราชทูตในกลุ่มประเทศนอร์ดิกทั้ง 4 แห่งและ TNIU พร้อมผนึกกำลังในการบูรณาการการทำงาน เพื่อประมวลผลการประชุมครั้งนี้ และจัดการหารือกลุ่มย่อยในแต่ละสาขาความร่วมมือร่วมกับหน่วยงานและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อกำหนดโครงการและรูปแบบกิจกรรมที่เหมาะสมอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อตอบโจทย์ภาพใหญ่ร่วมกันในการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทยต่อไป
ในโอกาสนี้ สถานเอกอัครราชทูตทั้ง 4 แห่ง และ TNIU ขอขอบพระคุณหน่วยงานทั้ง 31 หน่วยงาน และผู้เข้าร่วมการประชุมทุกท่าน ที่เล็งเห็นความสำคัญและให้ความสนใจในการสร้างความร่วมมือกับกลุ่มประเทศนอร์ดิก เพื่อพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยด้วยนวัตกรรมและความยั่งยืนซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของโลก
ผู้สนใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับจุดเด่นกลุ่มประเทศนอร์ดิก สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.tniu-rte.org เร็วๆ นี้
Facebook : Thailand and Nordic Countries Innovation Unit (TNIU)
รายชื่อหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมฯ
- สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)
- ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC)
- อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (Thailand Science Park)
- องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (TGO)
- หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)
- บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด (Techsauce)
- สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI)
- สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA)
- ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Innovation Hub)
- คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- สมาคมนักวิชาชีพไทยในภูมิภาคยุโรป (ATPER)
- Asian Institute of Digital and Innovation (AIDI)
- หอการค้าไทย-สวีเดน (SweCham)
- สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)
- กลุ่มวิจัยการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชียงใหม่ (Chiang Mai CCS) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- กรมประมง
- สำนักงานการส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโคเปนเฮเกน (Thai Trade Center Nordic)
- คณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
- Sweden Alumni Network Thailand (SANT)
- สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)
- กรมป่าไม้
- กรมยุโรป
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
- กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (MHESI)
(สำนักงานที่ปรึกษาด้านการอุดมศึกษาและวิทยาศาสตร์ (ถิ่นพำนัก ณ กรุงบรัสเซลส์)) - สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
- สมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย (Thai Startup Association)
- กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE)
- สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย
- สำนักงานที่ปรึกษาด้านอุตสาหกรรมในต่างประเทศ ณ กรุงเวียนนา
- สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
- ศูนย์วิจัยนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC by MQDC)
