IUFRO World Congress 2024

รีวิวงานมหกรรมงานวิจัยด้านป่าไม้ที่ใหญ่สุดในโลก IUFRO World Congress 2024 ณ สตอกโฮล์ม สวีเดน  

จะเกิดอะไรขึ้น…? เมื่อนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านป่าไม้จากหลายร้อยประเทศ หลากหลายแขนงมารวมตัวกัน ณ สวีเดน สตอกโฮล์ม กว่า 4 พันคน ! 

TNIU ได้เข้าร่วม “IUFRO World Congress ครั้งที่ 26th” การประชุมงานวิจัยด้านป่าไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 มิ.ย. 2024 ณ กรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน โดยในปีนี้ โฟกัสภายใต้ธีม “Forests & Society towards 2050”      

The International Union of Forest Research Organizations (IUFRO) เป็นหน่วยงานไม่แสวงหาผลกำไร ก่อตั้งมาแล้วกว่า 130 ปี เปรียบเสมือนงาน Olympic ด้านป่าไม้จัดขึ้นทุกๆ 5 ปี รวบรวมนักวิจัย นักวิทยาศาตร์ ระดับท้อปของโลก มาร่วมอัพเดทความรู้ นวัตกรรมเพื่อช่วยกันหาทางออกพลิกฟื้นผืนป่าโลกผืนเดียวกันของเราให้ยั่งยืน  ในครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่มาจัดที่สวีเดน (ในรอบหลายร้อยปี) และโชคดีที่ครั้งนี้ TNIU รวมถึงมีนักวิจัยไทยได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งด้วย!   

Highlight

  1. นวัตกรรมจากกลุ่มประเทศนอร์ดิก
    1.  Mestä Spring
    2. Air Forestry
    3. นวัตกรรมจาก IKEA
    4. Forest fashion – ‘สวยได้ด้วยป่าไม้’ 
    5. Holoherb
  2. หน่วยงาน/โครงการที่น่าสนใจ
  3. หัวข้อการวิจัยที่ต้องการจากสวีเดน
  4. In congress trip
    1. บริหารจัดการป่าไม้แบบครบวงจรด้วยงานวิจัยและความร่วมมือ
    2. เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับการบริหารจัดการดูแลป่า
  5. Action Forwards
  6. โอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรม

[Overview] โดยงาน IUFRO 2024  นี้มาในโจทย์ Forest & Society towards 2050  และขับเคลื่อนโดย 5 ธีมหลัก ได้แก่
THEME 1 Strengthening forest resilience and adaptation to stress
THEME 2 Towards a responsible forest bioeconomy
THEME 3: Forest biodiversity and its ecosystem services
THEME 4 Forests for sustainable societies
THEME 5 : Forests for the future

6 โซนภายในงาน

  • Exhibition – บูธจากองค์กร หน่วยงานระดับโลกที่ทำงานด้านป่าไม้
    Innovation Stage – พื้นที่นำเสนอนวัตกรรม Forest-based ล่าสุด
  • Green Job Arena – พื้นที่พูดคุยการสร้างอาชีพที่เท่าเทียม ส่งเสริมสวัสดิการให้แก่ผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมป่าไม้ มีกฏหมายคุ้มครองมากขึ้น
  • Youth IFSA x IUFRO – พื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างเยาวชนและผู้เชี่ยวชาญในวงการป่าไม้ได้ร่วมมือกัน 
  • Panel / Research & awards ceremony – งานเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกและมอบรางวัลให้นักวิจัยที่สร้างคุณประโยชน์ต่อวงการวิทยาศาสตร์ป่าไม้ 
  • Research poster – งานวิจัยกว่า 5,000 ผลงานจากทั่วโลกเข้าร่วมนำเสนอให้ผู้เข้าร่วมชมตามความสนใจ  ซึ่งมีนักวิจัยไทยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เข้าร่วมนำเสนอด้วยเช่นกัน
    โดยผู้เชี่ยวชาญประเทศไทยมีการนำเสนอหัวข้อวิจัยดังนี้:
    1.Adjusting land use patterns in agriculture with value chains from fast-growing economic trees in a new transformed agroforestry system.
    2.Adapting Mangroves to Sea-Level Rise: A Framework Based on Species Traits and Vulnerabilities.

ช่วงพิธีเปิด King of Sweden Carl XVI Gustav ได้เล่าว่างาน IUFRO ที่จัดที่สวีเดนขึ้นครั้งก่อนสมัยปี 1929 เป็นสมัยรุ่นปู่ทวดทวด ครั้งนี้ได้เป็นโอกาสดีที่มาจัดขึ้นที่สวีเดนอีกครั้งปี 2024 โดยเน้นถึงความสำคัญของป่าเพื่อลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และต้องใช้วิทยาศาสตร์ในการทำให้ป่าไม้มีส่วนช่วยสร้างอนาคตยั่งยืน

ฟังบทสัมภาษณ์: https://iufro2024.com/his-majesty-the-king-of-sweden/


นวัตกรรมจากกลุ่มประเทศนอร์ดิก

 
1. Mestä Spring

ตัวอย่างการร่วมมือระหว่างบริษัทใหญ่กับสตาร์ทอัพเพื่อนวัตกรรมด้านป่าไม้ โดยบริษัท Mestä Group จากฟินแลนด์ สนับสนุนเงินทุนสำหรับสตาร์ทอัพด้าน ‘Wood-based circular bioeconoomy’ เพื่อคิดค้นไอเดียการใช้ไม้ที่ปลูกอย่างมีความรับผิดชอบในกลุ่มประเทศนอร์ดิก กลไกนี้จะทำให้ภาคนักวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม (R&D&I) ตอบโจทย์ทั้งการบริหารจัดการดูแลและความต้องการตลาดร่วมกัน ซึ่งสตาร์ทอัพภายในโครงการฯ ได้แก่ Adsobi  

‘Adsobi’ สตาร์ทอัพจากสวีเดน เกิดจากงานวิจัยที่มหาวิทยาลัย Chalmers University เมื่อปี 2022 โดยนักวิจัยได้คิดค้น Air purification ลดมลพิษทางอากาศด้วยเซลลูโลสจากป่าในประเทศนอร์ดิก ที่มีการบริหารจัดการได้มาตรฐาน การใช้วัสดุกรองจากต้นไม้ มีประสิทธิภาพเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่าการใช้จากวัสดุคาร์บอนที่ใช้ในตลาดทั่วไป เพราะลดการปล่อย VOC สู่ชั้นบรรยากาศ สะอาดกว่า ดับกลิ่นได้ และมีอายุการใช้งานได้ยาวนานนกว่าอีกด้วย เหมาะที่จะนำไปพัฒนาเป็นฟิลเตอร์กรองฝุ่น หรือที่ดับกลิ่นตามที่ต่างๆ เช่นในนรถ รองเท้าได้อีกด้วย ซึ่งAdsobi ประสบผลสำเร็จจากการเข้าร่วมโครงการกับ Mestä และได้รับเงินทุนจาก Mestä Spring และ Jovitech Invest (Seed funding EUR 360,000)

(ภาพ: ทีม Adsobi) อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่ Website : (คลิก)

2.Air Forestry

นวัตกรรมโดรนยักษ์สัญชาติสวีเดนจากบริษัท Air Forestry ที่เปิดตัวอย่างฮือฮาในนิทรรศการ IUFRO World Congress 26th นี้ ความพิเศษของโดรนนี้คือตะลุยบินในป่าพร้อมกับอุปกรณ์เลื่อยตัดไม้ความเร็วสูง ซึ่งมีน้ำหนักรวมเบาคล่องตัว (60 กก.) แต่เดิมการตัดเลื่อยไม้ต้องใช้เลื่อยมือ หรือมีการพัฒนารถตัดไม้ ทั้งนี้ต้องมีการสร้างถนนเข้าไปในป่า มีขนนาดใหญ่รบกวนต่อต้นไม้และแมลง โดรน Air Forestry นี้นอกจากจะแม่นยำในการตัด ยังสามารถลดการใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง เพิ่มศักยภาพในการตัดไม้แบบเฉพาะเจาะจง มีการเก็บดาต้าต้นที่ตัดและทำให้ป่ามีปริมาณสามารถกักเก็บคาร์บอนได้สูงมากขึ้นกว่า 1 ล้าน (metric tons) ต่อปีในสวีเดน

3. นวัตกรรมจาก IKEA

IKEA บริษัทเฟอร์นิเจอร์ยักษ์ใหญ่จากสวีเดน ได้มีการร่วมมือ Partner กับองค์กร WWF มากว่า 20 ปีแล้ว เพื่อมุ่งเนน้นพัฒนาปลูกป่าต้นน้ำและชุมชน แต่ขณะเดียวกันก็ไม่หยุดพัฒนานวัตกรรมไปข้างหน้า IKEA ได้เปิดตัวการใช้เทคโนโลยี AI ตรวจสอบแหล่งที่มาและสปีชีส์ของไม้  โดยมีการร่วมมือกับ  World Forest ID , FSC ฯลฯ ตรวจภายในเนื้อไม้ DNA  และ Map พิกัดดาวเทียม เพื่อทำให้แน่ใจว่าเนื้อไม้ที่มีคุณภาพและตัดมาอย่างมีความรับผิดชอบไม่ทำลายป่าไม้ที่หายาก นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ด้วยคอนเซปต์หมุนเวียนมากขึ้น เช่น สินค้าที่ใช้ Fibreboard มาทำเป็น Fibreboard ใหม่ได้อีกครั้ง หรือมีการเปลี่ยนจากการห่อวัสดุด้วยพลาสติกมาสู่กระดาษ Paper wrap ตั้งแต่ในโรงงานผลิต อีกเรื่องเล็กๆ ที่มองไม่เห็น แต่ผลกระทบไม่เล็ก คือ “กาว” ส่วนผสมสำคัญในการสร้างเฟอร์นิเจอร์ จากเดิมกาวส่วใหญ่ผลิตจาก Fossil-fuel based มีการวิจัยใช้ Bio-based glue ที่มาจากการปลูกพืชเชิงอุตสาหกรรมแทนเพื่อการอาหารมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันสินค้า IKEA ได้เปลี่ยนมาใช้กาว Bio-based glue กว่า 40% แล้ว 
อ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่: (คลิก) 

4.Forest fashion – ‘สวยได้ด้วยป่าไม้’ 

อุตสาหกรรมแฟชั่นสิ่งทอขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกอย่างรวดเร็ว แต่ปัจจุบัน กว่า 65% ของใยผ้าสังเคราะห์มาจาก Fossil-fuel based ในส่วนที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติส่วนใหญ่ก็ใช้ยาฆ่าแมลง สร้างมลพิษทางน้ำ และใช้น้ำสิ้นเปลือง (เพียงแค่ Cotton ใช้น้ำกว่า 2.6% ของโลกแล้ว)  เทคโนโลยีปัจจุบัน พัฒนาการผลิตวัสดุเสื้อผ้าจากเซลลูโลส ใยต้นไม้และกระดาษ​ แต่ก็ต้องมั่นใจว่าวัสดุมาจากป่าที่ดูแลจัดการรับผิดชอบที่ดี ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นการตัดไม้ทำลายป่าเช่นเคย 

มากกว่าเสื้อผ้า

ในสวีเดนมีการผลิตสิ่งทอวัสดุจากป่ามากว่าร้อยปีแล้ว โดยการร่วมมือของเครือข่าย Svenskt Konstsilke AB (SKS) มีการเพิ่มมูลค่าสู่สินค้าดีไซน์อื่นๆ ได้มากมาย ตัวอย่าง บริษัท Fabric-Forest เพิ่มมูลค่าสิ่งทอสำหรับการดีไซน์ตกแต่งภายในจากป่าสวีเดน ต้นไม้ที่เติบโตมาจากน้ำฝน ป่าที่ได้รับ Certified เป็นต้น จะเห็นได้ว่าการเปลี่ยนวัสดุสามารถลดทั้งการใช้น้ำ คาร์บอน และสารเคมีได้มากกว่าหลายเท่าจากตัวอย่างภาพด้านล่าง

(ภาพ) Fabric-Forest ร่วมมือกับบริษัท Swedese บริษัทเฟอนิเจอร์ชั้นนำ

(ภาพ) เตนท์จุดพักผ่อนนั่งเล่น ณ งาน IUFRO ผลิตมาจากวัสดุจากป่าสวีเดน
โดย Fabric Forest ร่วมกับ Studio Klinga นักออกแบบจากมหาวิทยาลัยด้านดีไซน์ศิลปะ Kontsfack  เป็นการใช้งานศาสตร์จากวิจัยร่วมกับงานศิลปะ ภายใต้คอนเซปต์ Allemansrätten – Free to roam (ทุกคนเข้าถึงธรรมชาติได้ทุกที่)  
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://fabric-forest.se/en/about-us/ 


ไม่ว่าใคร ก็เป็นผู้เล่นสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้…

ตัวอย่าง นักออกแบบชาวสวีเดน Owe Sandström ผู้เคยเป็นคุณครูมัธยม นักวิทยาศาสตร์สัตววิทยามาก่อน แต่ด้วยโชคชะตา ทำให้ได้ผันชีวิตมาเป็นนักออกแบบเสื้อผ้าสำหรับวง ‘ABBA’ หรือเจ้าของบทเพลง ‘Dancing Queen’ ที่โด่งดังไปทั่วโลก จากความหลงใหลและได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เขาทำให้การดีไซน์ชุดกลายเป็นสื่อกลางกระบอกเสียงในการนำเสนอถึงการตระหนักถึงสัตว์ป่าผ่านวงดนตรีสวีเดนนี้ 

5. Holoherb

The Swedish Forest Agency (กรมป่าไม้สวีเดน) ได้ริเริ่มโครงการในการใช้ AI และ Holograms เป็นสื่อกลางการเรียนรู้ด้านป่าไม้และผลกระทบกับป่าไม้ โดยใช้ Microsoft Hololens เป็นสื่อ Interactive สามารถสวมเลนส์ AR และขยายดูพันธุ์ต้นไม้ เรียนรู้วิธีการรักษาได้ทุกที่โดยไม่ต้องเข้าไปในป่า ทำให้เพิ่มศักยภาพบุคลากรและสร้างความสนใจให้คนหันมาทำงานด้านป่าไม้มากขึ้น
ดูคลิปวิดิโอได้ที่: Click Link


หน่วยงาน/โครงการที่น่าสนใจ

1.SkogForsk เป็นสถาบันวิจัยป่าไม้ของสวีเดนที่ได้รับทุนจากอุตสาหกรรมป่าไม้และภาครัฐ งานวิจัยที่สนับสนุนครอบคลุมทั้งห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมป่าไม้ที่เน้น demand-driven applied research เช่น การเพาะพันธุ์ต้นไม้ที่เติบโตได้ดีขึ้นและสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต การดูแลสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น การเพิ่มผลผลิตป่าไม้ การพัฒนาเครื่องจักรป่าไม้ที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อผู้ขับขี่และสิ่งแวดล้อม การจัดการโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ และการใช้ไม้ที่สร้างมูลค่าได้มากขึ้น ซึ่งแม้จะเน้นงานวิจัยในสวีเดน แต่ก็เปิดกว้างที่จะให้ความรู้กับผู้สนใจ และเป็น Knowledge & Tools bank มากมายที่เป็นแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนงานวิจัยในภาคป่าไม้ของไทยได้

2.The Knut and Alice Wallenberg Foundation – Future use of forest and future forestry
มีการตั้งศูนย์ Wallenberg (WWSC) – หน่วยงานวิจัยวัสดุจากป่าไม้ ร่วมกับมหาวิทยาลัย KTH, Linköping University, Chalmers University และ TREESEARCH  ตัวอย่าางงานวิจัยสำคัญ เช่น การทำโฟมจากเซลลูโลส,  Papira by Stora Enso วัสดุทดแทนพลาสติก, การผลิตยางที่เป็น Bio-based Reselo (Next-gen rubber floor 21st-century production) ลดคาร์บอนได้มากกว่า 60%, Celluxtreme, ลิกนิน Proligreen เป็นต้น  

3.IFSA
เพราะเยาวชน คือผู้ที่ต้องอยู่ต่อไปในอนาคต จึงต้องเป็นผู้กำหนดทิศทาง สานต่ออนาคตที่อยากจะอยู่
The International Forestry Students’ Association (IFSA) เป็นหนึ่งในเครือข่ายเยาวชนนานาชาติด้านป่าไม้ที่ใหญ่ที่สุดจากกว่า 50 ประเทศ ได้รับการสนับสนุนจาก IUFRO โดยมี Vision เพื่อสร้าง “The world that appreciates forests” เน้นส่งเสริมให้ความรู้เยาวชน ผ่าน TreE-learning Platform ที่สอนทั้ง Soft Skills และ ให้ Tools /เนื้อหาเกี่ยวกับการดูแลป่าไม้และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนระหว่างเครือข่าย และสนับสนุนการมีส่วนร่วมเยาวชนกับผู้มีอำนาจตัดสินใจทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก
อ่านต่อได้ที่: https://ifsa.net/

4.Swedish Forest Industry : หน่วยงานนี้เกิดจากการรวมตัวกันของธุรกิจอุตสาหกรรมป่าไม้สวีเดน เพื่อส่งเสริมการใช้ไม้อย่างยั่งยืนขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวทั้งในสวีเดนและภูมิภาค EU โดยมีการประกาศตั้งเป้าหมาย 3 ด้านมุ่งสู่ปี 2040 ได้แก่ สร้างประโยชน์เพื่อสภาพอากาศ, สร้างความหลากหลายทางชีวภาพและสังคมเศรษฐกิจหมุนเวียน

โดยมีการตั้งโครงการวิจัยที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่:
4.1 Mistra Digital Forest

โครงการวิจัยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อป่าไม้ที่ยั่งยืน พัฒนางานวิจัยเก็บดาต้าด้านป่าไม้ทั้ง Value chain เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่างๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เช่น การใช้เครื่องจักร หรือข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ ฯลฯ  ในเดือน พ.ย. 2024 จะมีจัดงานดิจิทัลเพื่อป่าไม้ ณ สวีเดน ติดตามที่เว็บไซต์ เพื่อรายละเอียดเพิ่มเติม 

4.2 BioInnovation
Strategic Innovation Program สนับสนุนโดย Vinnova มีเป้าหมายขับเคลื่อนนสวีเดนสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนภายในปี 2050 โดยรวมกลุ่มกว่า 40 หน่วยงานทั้งภาครัฐ การศึกษา ธุรกิจร่วมกัน สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ แลกเปลี่ยนความรู้โดยเฉพาะด้านวัสดุ การดีไซน์ก่อสร้าง และ เคมี&พลังงาน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สุดกรีน 

4.3 TREE : Transition to efficient electrified forestry transport

การเปลี่ยนผ่านทั้งระบบอุตสาหกรรมสีเขียว นอกดูแลจัดการป่าแล้ว ก็มีภาคการขนส่งที่เข้ามาเกี่ยวเนื่องสำคัญเพราะรถบรรทุกไม้ในสวีเดนมีสัดส่วนถึง 20% ของรถบรรทุกทั้งหมด โดยโครงการ TREE เป็นการร่วมมือกับนักวิจัย Skogforsk และเครือข่ายพันธมิตร CLOSER Lindholmen Science Park เพื่อร่วมคิดค้นหนทางสู่การทำให้รถบรรทุกขนส่งท่อนไม้ในสวีเดน เปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด โดยมีเป้าหมายภายในปี 2030 รถบรรทุกไม้ที่กำลังจะผลิตใหม่ 50% เป็นรถไฟฟ้า ซึ่งจะสามรถลดการปล่อย CO2 ได้กว่า 260,000 ตัน/ปี ด้วยความที่รถขนาดใหญ่ก็ต้องอาศัยการวางรากฐาน Infrastruction วางแผนเส้นทางการเดินทางที่ใกล้ประหยัดพลังงานนที่สุด และต้องสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ โครงการนี้จึงเป็นตัวอย่างการทำงานกับนักวิจัยอย่างใกล้ชิดของสวีเดน 

สำหรับผู้ที่สนใจด้าน High Capacity Transport (HCT) สามารถเข้าร่วมรับฟังอัพเดทงานสัมมนาด้านการขนส่งจากนอร์ดิกได้วันที่ 9 ต.ค. อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: Click link

4.4 Trees for me
โครงการรวมตัวกันของภาครัฐ การศึกษา เอกชน ในอุตสาหกรรมป่าไม้เพื่อวิจัยไม้โตเร็วและนวัตกรรมสำหรับ Supply chain ด้านผลิตพลังงานชีวมวล (Biomass)


หัวข้อการวิจัยที่ต้องการจากสวีเดน

1.การใช้วัสดุจากป่าในระบบป่าที่บริหารจัดการอย่างยั่งยืนด้วยดิจิทัล เพื่อลดผลกระทบทางความหลากหลายชีวภาพ ระบบนิเวศ และ ไฟป่า ฯลฯ

2.การใช้ไม้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง เพื่อพัฒนาสังคมสู่ความยั่งยืน โดยไม้มีประสิทธิภาพทั้งด้านราคาและการประเมิณทางผลกระทบสภาพอากาศ

3.การใช้วัสดุและสินค้าจาก Bio-based ทดแทน fossils เพื่อเพิ่มทางเลือกใหม่ๆ ให้กับตลาด

4.การพัฒนากระบวนการผลิตที่สร้างศักยภาพการแข่งขันระดับโลก ใช้วัสดุ/พลังงานจากป่าอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น

สามารถดาวน์โหลด E-book อ่านข้อมูลเพิ่มเติมฉบับเต็มได้ที่ For a circular bio-based society (รวบรวมโดย The National Support Group Sweden (NSG))


In congress trip

ในระหว่างงาน IUFRO TNIU ได้มีโอกาสเข้าร่วมทริปลงพื้นที่เพื่อเรียนรู้การบริหารจัดการป่าไม้สวีเดนด้วยงานวิจัยและเทคโนโลยีดิจิทัล 2 ที่ได้แก่

1. การบริหารจัดการป่าไม้แบบครบวงจรด้วยงานวิจัยและความร่วมมือ (Applied research and State-of-the-art forestry over a rotation Period)

จุดที่ได้ไปศึกษาดูงานนอกสถานที่จริงในป่าสวีเดน คือ ที่ Bredvik ทางตอนเหนือของสตอกโฮล์ม เป็นการจัดแสดงการทำงานบริหารจัดการป่าแบบครบวงจร โดยเน้นการร่วมมือกันระหว่างภาคการวิจัย Skogsforsk (The Forestry Research Institute of Sweden) และหน่วยงานที่ช่วยบริหารจัดการป่าไม้แทนเจ้าของพื้นที่ (Skogsällskapet) โดยใช้หลักวิทยาศาสตร์มาเป็นฐานในการพัฒนาความร่วมมือ ช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันนอุตสาหกรรมป่าไม้สวีเดนอย่างก้าวกระโดด 

ตั้งแต่การวิจัยหากลไกพาะพันธุ์เมล็ดให้โตเร็วและแข็งแรงที่สุดไปถึงการใส่ใจตัดแต่ง Thinning ไม่ปล่อยป่าให้รกร้าง เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้ต้นไม้ได้ขยับขยายในนสภาพที่เหมาะสมที่สุด เวลาเดินไปในป่าสวีเดนมักจะแยกไม่ออกว่าเป็นป่าธรรมชาติหรือป่าปลูก เพราะปัจจุบันมีการ Balance การใช้งานพื้นที่มากขึ้น งานวิจัยที่นำมาใช้ในป่าสวีเดนปัจจุบันคือ การปล่อยให้เหลือต้นไม้เจ้าถิ่นที่แข็งแรง (Set aside) ไม่ตัดทิ้งหมด เพราะจะทำให้ป่ามีความหลากหลายชีวภาพและคงสภาพอุดมสมบูรณ์กว่า เรื่องเล็กๆ ที่ไม่ว่าป่าไหนก็สามารถทำได้   

พอต้นไม้เติบโตมาก็ใส่ใจ Track ข้อมูล ไม้ทุกท่อนเข้าไปในระบบดิจิทัลหมด ตั้งแต่ป่า-ระหว่างตัด-ถึงผู้ซื้อ ในรถตัดไม้ทุกคนนนจะมีระบบซอฟต์แวร์คำนวณสัดส่วนการตัดท่อนไม้ที่จะสร้างมูลค่าสูงสด และมีการจำรูปแบบการตัดแบบเดิมและระบุตำแหน่งพิกัดเพื่อลดเวลาการทำงาน การเลือกตัดต้นไม้ต้นไหนขึ้นอยู่กับวิจารณญานของผู้ตัดเอง ดังนั้น ผู้ขับรถตัดไม้ต้องได้รับการอบรมและใบอนุญาติ ข้อมูลทั้งหมดจะถูกเชื่อมส่งไปถึงรถบรรทุกขนส่งไม้ นอกจากการมีข้อมูลที่โปร่งใส สวีเดนก็มีเป้าหมายพัฒนารถบรรทุกขนส่งไม้ด้วยพลังงานสะอาด 50% ของรถบรรทุกไม้จะต้องขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าภายในปี 2030 (ปัจจุบันมีการใช้จริงแล้วทางตอนเหนือของสวีเดน) และพัฒนาซอฟต์แวร์ในรถที่เน้นคำนวณเส้นทางประหยัดพลังงานมากที่สุด

อีกสิ่งที่สวีเดนให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องการดูแลป่า / น้ำ / ระบบนิเวศคือการดูแลอนนุรักษ์ทางวัฒนธรรม โดยมีการใช้เทคโนโลยี Laser scan ขั้นสูงเพื่อระบุพิกัดแผนที่ซากโบราณหรือสิ่งปลูกสร้างโดยมนุษย์ ซึ่งเมื่อพบเจอทางฝ่ายบริหารจัดการพื้นที่ (Skogsällskapet) จะออกแบบหากที่นี้เหมาะจะใช้เป็นอย่างไร จะอนุรักษ์หรืออนุญาตให้ปลูกอย่างมีความรับผิดชอบ และเจ้าของพื้นที่จะตัดสินใจอีกทีแบบ Voluntary

ที่น่าสนใจคือ การออกทริปครั้งนี้ ได้เห็นผู้หญิงทำงานในอุตสาหกรรมป่าไม้มากขึ้น ทั้งการเป็นนักวิจัย การขับรถตัดไม้ ทำงานควบคุมระบบในโรงเลื่อย เมื่อสภาพแวดล้อมมีความปลอดภัยได้มาตรฐาน มีระบบสนับสนุน อุตสาหกรรมเฟื่องฟู ใครๆ ก็อยากมาทำงาน “Green Job” กันมากขึ้น 

ดิจิทัลคือส่วนสำคัญในการสร้างความโปร่งใสในทั้งกระบวนการ การสามารถติดตามข้อมูลที่มาที่ไป ทำให้สวีเดนมีความพร้อมก่อนหน้า เมื่อกฏหมายอย่าง EU Deforestation Regulation (EUDR) จะเข้ามาควบคุม แต่ความท้าทายของสวีเดนก็ยังมีคือ การจัดหาเงินทุนสำหรับเครื่องมือไอทีที่มากขึ้น, การตรวจสอบสถานะความถูกต้องอย่างรอบคอบ, การระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่อัพเดท, และการรวมธุรกรรมดิจิทัล ที่ต้องศึกษาวิจัยพัฒนาต่อไป จะดีแค่ไหนถ้าประเทศไทยได้มีเริ่มมีการติดตามเชื่อมป่ากับดิจิทัลเข้ากันเช่นกัน 


2.เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับการบริหารจัดการดูแลป่า
(Digitalisation for sustainable forest management)

ในการเรียนรู้ครั้งนี้ เราเดินทางมาทางใต้ของสตอกโฮล์มเพื่อมาที่ Sörmlandsleden หนึ่งในเส้นทางเดินป่าที่ยาวที่สุดในสวีเดน ตั้งอยู่ทางใต้ของสตอกโฮล์ม มีความยาวกว่า 1,000 กม. เต็มไปด้วยภูมิประเทศมีความหลากหลายเหมือนเป็นภาพย่อส่วนของทั้งสวีเดน ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ ภูเขา ป่าลึก ทะเลสาบและชายฝั่ง เส้นทางที่ผู้จัดเตรียมไว้ สอดคล้องกับเนื้อหาที่ต้องการทำให้เราได้เห็นถึงบทบาทของการใช้เทคโนโลยีดิจิตอลในการจัดการป่าในบริบทและขั้นตอนที่หลากหลาย โดยมีการยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่น่าสนใจ ได้แก่

– Sweden Open National Forest Attribute Map : Comprehensive collaboration projectsแผนที่นี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐบาลสามหน่วยและภาคเอกชน เพื่อสร้าง Open Data ของป่าไม้ในสวีเดน โดย Swedish Land Survey รวบรวมข้อมูลผ่านการสแกนด้วยเลเซอร์จากอากาศ (Airbourne laser)  ผสมผสานกับข้อมูลภาคสนามโดย Swedish University of Agricultural Science จากนั้น Swedish Forest Agency นำข้อมูลทั้งหมดมาใส่ในแพลตฟอร์มสำหรับสื่อสารสู่สาธารณะ

โดยข้อมูลที่อยู่ในระบบถือว่าคลอบคลุมทุกมิติของ Ecosystem services ในการจัดการป่าไม้ ทั้งเรื่องน้ำ ความชื้นในดิน  Biodiversity และ Risk index map ซึ่งนำไปประเมินความเสี่ยงด้านไฟป่า แมลง โรคพืชให้แก้ปัญหาได้ทันท่วงที เป็นต้น

โครงการนี้ยังได้รับเงินทุนร่วมจากภาคเอกชนในอุตสาหกรรมป่าไม้ที่จะได้ประโยชน์จากแผนที่นี้อย่างมาก มีบริษัทต่างๆนำข้อมูลตรงนี้ไปประกอบการสร้างระบบ Digital decision support ผสมผสานเทคโนโลยีอื่นอย่าง AR VR เพื่อที่ใช้จัดการพื้นที่ของตัวเองต่อไป

ซึ่งการสร้าง open data ระดับประเทศแบบนี้ ถือเป็นเรื่องท้าทายเพราะต้องร่วมมือกันหลายภาคส่วน แต่ก็เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป่าไม้ของประเทศสวีเดน และเป็นตัวอย่างให้เห็นว่างานวิจัยที่มีคุณภาพเมื่อนำมาต่อยอด ใช้จริงสามารถสร้าง commercial value ได้มหาศาล!

ลองเข้าไปสำรวจแผนที่ป่าไม้แห่งชาติสวีเดนกันได้ที่
https://kartor.skogsstyrelsen.se/kartor/?startapp=skogligagrunddata

– Forest database at the individual tree level.
Database นี้พัฒนาโดย Finnish Geospatial Research Institute มากว่า 20 ปี เป็นครั้งแรกในโลกที่มีการสแกนต้นไม้ได้เป็นต้นๆอย่างละเอียด ไม่ใช่แค่เป็นการประเมินระดับ area-based ทั่วๆไป ปัจจุบันมีต้นไม้ 2.4 พันล้านต้นในฟินแลนด์ ถูกแสกนอยู่ในระบบแล้ว

ความล้ำของแพลทฟอร์มนี้นอกจากจะสามารถประเมินคุณลักษณะของต้นไม้ที่ใช้ในการจัดการพื้นที่อย่าง แม่นยำกว่าแบบ area-based  แล้วยังสามารถประเมินทั้งความสามารถในการกักเก็บคาร์บอน, มูลค่าทางเศรษฐกิจของพื้นที่เพื่อให้ธนาคารใช้พิจารณาวงเงินกู้ยืม หรือใช้เป็นหลักฐานในการ claim เงินประกันเมื่อเกิดความเสียหาย ไปจนถึงคำนวนมูลค่าการซื้อขายที่ดิน เป็นต้น
ข้อมูลเพิ่มเติม : https://metsakanta.fi/

Biometria: Timber Measurement Accounting Services 
บริษัทนี้เป็นเจ้าของโดยสมาชิกซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมป่าไม้ โดยมีภารกิจหลักคือการสร้างมาตรฐานการวัด การตั้งราคาซื้อขายกลางที่มีความเป็นธรรมในตลาดไม้และรายงานผลิตภัณฑ์ป่าไม้อย่างโปร่งใส  ซึ่งไม่ใช่แค่สำหรับอุตสาหกรรมไม้แปรรูปเท่านั้นแต่ยังรวมถึง ไม้เยื่อ และประเภทเชื้อเพลิงต่างๆ เศษไม้ ขี้เลื่อย และเปลือกไม้ด้วย ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.biometria.se/

Recreation value of the forest
หลังจากที่คุยเรื่องเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้วิเคราะห์เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมป่าไม้กันมาทั้งวัน ทางผู้จัดปิดทริปด้วยการนั่งรอบกองไฟเพื่อคุยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างป่าและ recreation value/ nature-based tourism งานวิจัยนี้สนับสนุนโดย Mistra Sport and Outdoor

โดยบทสนทนาส่งท้ายนี้ ทำให้ได้กลับมามองเห็นคุณค่าทางใจและความสุขที่ป่าไม้ได้มอบให้กับมนุษย์และสังคมโดยรวม ที่ประทับใจมากคือหลายจุดในเส้นทางนั้นสามารถเข้าถึงได้สำหรับผู้พิการด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้แม้ใช้เทคโนโลยียังอาจประเมินมูลค่าเป็นตัวเลขได้ยาก แต่ก็เป็นสิงที่ไม่อาจละเลยในการจัดการป่าไม้

Tips!
มีผู้ร่วมทริปที่เชี่ยวชาญด้าน GPS หลายคนเดินทางมาด้วยกัน ได้แนะนำเพิ่มว่าถ้ามีโอกาสได้มาเดินป่าในเส้นทางนี้กับเด็กๆ ลองดาวน์โหลดแอพ Geocaching ที่มีเกมส์ให้ลุ้นว่าจะเดินทางไปเจอสมบัติที่ซ่อนเอาไว้ได้อย่างไรผ่าน GPS

แพลทฟอร์มนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายยุค 2000 ซึ่งเป็นความสนุกที่เกิดจากเดฟ อัลเมอร์ (Dave Ulmer) ผู้เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์ที่พยายามพัฒนาเทคโนโลยี GPS ให้แม่นยำขึ้น เขาสงสัยว่าดาวเทียมจะสามารถบอกพิกัดได้ถูกต้องแค่ไหน จึงลองซ่อนถังใส่หนังสือ วิดีโอ หนังสติ๊ก และถั่ว 1 กระป๋อง จากนั้นนำพิกัดของสิ่งของโพสต์บนอินเทอร์เน็ต ผลลัพธ์คือมีคนตามพิกัดเจอถึง 2 คน จึงเกิดเป็น Geocashing platform ที่เป็นพื้นที่สำหรับผู้ที่ชอบออกตามล่าหาสมบัติและรักการเดินทางโดยเฉพาะในธรรมชาติ โดยปัจจุบันมีผู้เล่นเข้ามาสร้างสรรค์จุดซ่อนสมบัติแล้วในกว่า 200 ประเทศ รวมทั้งในประเทศไทยด้วย

Download app
https://www.geocaching.com/play


Action Forwards

จากงาน IUFRO Stockholm Statements ได้ข้อสรุปที่ต้องร่วมขับเคลื่อน ได้แก่: 
1.เสริมสร้างความยืดหยุ่นของป่าและการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ
2. รักษาและสร้างคุณค่าของป่าเพื่อสังคมที่ยั่งยืน
3.ขยายบทบาทป่า+ผลิตภัณฑ์จากป่าในเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนอย่างรับผิดชอบ 
4.ใช้วิทยาศาสตร์ขับเคลื่อนป่าสำหรับอนาคต

สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่: https://iufro2024.com/wp-content/uploads/Stockholm-Congress-Statement-EN.pdf 

ในส่วนภูมิภาคนอร์ดิกและบัลติกได้ประกาศ 5 จุดยืน ได้แก่ 
1. การตัดสินใจในอนาคตต้องคำนึงความสมดุลรอบด้านของระบบป่าไม้ 
2.เน้นพัฒนาการร่วมมือดูแลด้านป่าไม้โดยการตัดสินใจร่วมกัน
3.สนับสนุนการร่วมมือภาคการศึกษา สถาบันวิจัย ภาคธุรกิจ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และภาครัฐ
4.ส่งเสริมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสื่อสารร่วมกันและพัฒนาหลักสูตรนวัตกรรมสำหรับผู้ประกอบอาชีพป่าไม้
5.ปฏิรูปทางการเงิน เอื้อให้โมเดลธุรกิจใหม่ๆ เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนและพัฒนาจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://iufro2024.com/nordic-input-finalized-for-stockholm-congress-statement/  

จากการได้เข้าร่วม IUFRO กว่า 7 วัน ทำได้เห็นถึงความทุ่มเทและตั้งใจของนักวิทยาศาสตร์ / นักวิจัยทั่วโลก ปฏิเสธไม่ได้ว่าป่าไม้เชื่อมโยงหัวใจของคนทั้งโลกและสัตว์โลกสถานการณ์ประชากรเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน จากสถิติพบว่ากลุ่มชนชั้นกลางจะกลายเป็นจำนวนประชากรหลักของโลก นั่นหมายความว่า Demand การบริโภคจะเพิ่มมากขึ้นด้วย และกว่า 6 พันล้านคนทั่วโลกต้องพึ่งพาป่าสำหรับอาหารและยา การจำกัด/ลดการบริโภคลงคงเป็นเรื่องยาก กลายเป็นสูตรบังคับว่าเราต้องเร่งพัฒนา บริหารจัดการทรัพยากรที่มีอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ขณะเดียวกันก็ต้องลดการใช้ Fossil fuel และเปลี่ยนมาสู่การใช้ Bio-based


การมีพื้นที่แบบ IUFRO คือ ‘ความหวัง’ ที่พิสูจน์ด้วยวิทยาศาสตร์ แต่ขณะเดียวกันก็สื่อสารงานวิจัยและเทคโนโลยีให้เข้าถึงผู้ที่ต้องการใช้ประโยชน์มากขึ้น สิ่งที่ท้าทายคงไม่ใช่เทคโนโลยีแต่คือการทำให้นักลงทุนและผู้มีอำนาจตัดสินใจเห็นว่า Green Transition ผลตอบแทน กำไรกลับมาได้จริง แต่ทั้งนี้ สิ่งแรกที่ต้องนึกถึงอันดับแรกตามคำกล่าวธีมของงาน “For Forests and Society” เปิดพื้นที่ให้ทุกคน ไม่ว่าเยาวชน ชายหรือหญิงทำงานอย่างเท่าเทียม เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป่าไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพและวิทยาศาสตร์ ไปด้วยกัน


โอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรม

1.เข้าร่วมงาน WWSC International Conference 2025
ด้านวัสดุจากป่าไม้ วันที่ 15-18 มิ.ย. ณ  กรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน พร้อมโอกาสในการนำเสนอผลงานวิจัยกับรับฟังอัพเดท ข้อมูลเพิ่มเติม: อ่านต่อได้ที่นี่.. 

2.เข้าร่วมงาน IUFRO 2029 – Kenya, Nairobi

สำหรับการจัดงาน IUFRO ครั้งหน้าจะเกิดขึ้นที่ประเทศเคนย่า เมือง ไนโรบี ในอีก 5 ข้างหน้า (2029) ภายใต้ธีมความร่วมมือกัน “Advancing Global Partnerships in Forestry Research and Development”. ซึ่งประธาน IUFRO ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เป็นผู้หญิงโดย Professor Daniela Kleinschmit จากมหาวิทยาลัย University of Freiburg

Open Call for Joining new IUFRO task forces
เปิดรับข้อเสนอคอนเซปต์หัวข้อ ที่จะมุ่งขับเคลื่อนวิจัยพัฒนาระหว่างประเทศสำหรับปี 2024-2029 สามารถเขียนคอนเซปต์ 1-2 หน้าและนำส่งได้ที่ (elena.paoletti@cnr.it) ภายในวันที่ 1 ก.ย. 2024 สามารถดูตัวอย่างได้ที่:
https://www.iufro.org/science/task-forces/former-task-forces/ 


โอกาสสำหรับประเทศไทย ที่จะมีบทบาทเป็นส่วนหนึ่งขับเคลื่อนป่าไม้กับนานาชาติ เชื่อว่าจะมีนักวิจัยไทยอีกมากมายได้ขึ้นไปรับรางวัลบนเวที และยิ่งไปกว่านี้ หากประเทศไทยได้เป็น Host IUFRO สักวัน (2034, 2039..) คงจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากเพราะทิศทางป่าไม้ประเทศไทยกำลังมีการขับเคลื่อนพัฒนาไปในทางที่ก้าวกระโดดจากความร่วมมือนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ


3.เข้าร่วม LoCoFoRest
โครงการอบรมพลิกฟื้นผืนป่าสร้างคุณค่าเศรษฐกิจโดยชุมชน


ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์โดยทีม TNIU
ธันยพร วงศ์ธิติโรจน์ (แพร)
สุรัชนา ภควลีธร (นุ่น)


สำหรับครั้งหน้า พบกับ TNIU Month ยกทัพกิจกรรมงานเสวนาความร่วมมือไทย-นอร์ดิก ตลอดทั้งเดือนกันยายน ภายใต้ 4 ธีมหลัก ว่าแต่จะมีธีมอะไรบ้าง? เตรียมติดตามได้ที่: Facebook: TNIU and Nordic Countries Innovation Unit
www.tniu-rte.org

Discover more from Welcome to TNIU

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading