Highlights
ตัวอย่างโครงการอื่นๆ
- HYBRIT Initiative
- Cementa
- Cinfracap
- Stockholm Norvik Port
- ตัวอย่างโครงการวิจัยด้าน CCS จาก RISE สำนักวิจัยสวีเดน
สวีเดน ตั้งเป้าเป็น Net Zero ภายในปี 2045 เพื่อไปสู่ Negative Emissions ซึ่งถ้าจะต้องทำให้ทันเป้าหมาย 1.5 องศา ต้องลดคาร์บอนในชั้นบรรยากาศลง โดยสวีเดนต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงถึง 85% เมื่อเทียบจากปี 1990 ส่วนอีก 15% ที่เหลือสามารถทำได้หลายวิธี เช่น จากเทคโนโลยี Bioenergy with Carbon Capture and Storage (BECCS) และ Carbon Capture and Stoage (CCS) ควบคู่กัน ซึ่งในบทความนี้ เราจะมาดูเส้นทางการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ของสวีเดน รวมถึงความร่วมมือและความเคลื่อนไหวของหน่วยงานไทยกับประเทศนอร์ดิก
จุดเริ่มต้น CCS ในสวีเดน
ในเดือน มีนาคม ปี 2014 สวีเดนได้รับการอนุญาตให้มีการกักเก็บคาร์บอนใต้ผืนทะเล โดยมีหน่วยงาน Geological Survey of Sweden (SGU) เป็นองค์กรให้การตรวจตราและแนะนำ และ The Swedish Energy Agency (SEA) เป็น National Centre ด้าน CCS / BECCS ซึ่งสภาพพื้นที่เหมาะกับการทำโครงการ CCS ในสวีเดน คือทางตะวันตกเฉียงใต้ (Skåne) และ ทางตอนใต้ของทะเลบอลติก และกักเก็บ Carbon ใต้ทะเลลงไป 800 เมตร ในสภาพแปลงเป็นของเหลว

โครงการ CCS สามารถลดปริมาณคาร์บอนในอากาศได้จริง แต่ไม่สามารถทำให้สวีเดนไปสู่ Negative emissions ได้ ต้องสนับสนุนทั้งสองทาง CCS และ Bio-Energy Carbon Capture and Storage (BECCS) ภายใต้การดูแล Swedish Energy Agency
บริษัทเชื้อเพลิงของสวีเดน “Preem” ก็ได้ทำโครงการ CCS สำหรับภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มากว่า 3 ปี ซึ่งสามารถลดการปล่อยที่โรงกลั่น Lysekil ถึง 500,000 ตัน (¼ จากการปล่อยคาร์บอนในโรงกลั่น)

โดยมีการวางแผนนำส่งลำเลียงคาร์บอนเหลวไปกักเก็บที่โครงการ Northern Light Norway โดยบริษัทเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้ Preem สามารถไปสู่ Carbon-Neutral Value Chain ได้ภายในปี 2035
BECCS (Bio-Energy Carbon Capture and Storage)

การผลิตพลังงานชีวภาพด้วยการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (BECCS) เป็นกลยุทธ์สำคัญของสวีเดนในการกักเก็บคาร์บอน (มี Support system) เนื่องจากการปล่อยคาร์บอนในภาคพลังงานสวีเดน กว่า 68% มาจาก Bio-genic เพราะมีอุตสาหกรรมไม้เป็นหลัก ส่วนใหญ่มาจากพลังงานเชื้อเพลิงชีวมวลใน Combined Heat and Power Plant (CHP) อุตสาหกรรมกระดาษ (Pulp and paper) และ การเผาขยะเป็นพลังงาน
BECCS ในสวีเดน ริเริ่มเมื่อปี 2019 ที่ Värtaverket bio-cogeneration plant เมืองสตอกโฮล์ม โดยใช้พลังงานชีวมวลในการให้ความร้อนและใช้เป็นไฟฟ้า การเผาไม้นั้นจะให้ Biogenic CO2 ซึ่งจะถูกหมุนกลับมากักเก็บ BECCS เป็น Climate-Neutral cycle โดยวิธีนี้สามารถลดปริมาณคาร์บอนในโครงการได้ถึง 800,000 ตันต่อปี เป็นกลยุทธ์ทำให้สตอกโฮล์มไปสู่ Positive Carbon Footprint ในปี 2040 ด้วยการร่วมมือระหว่าง Swedish Energy Agency และ Stockholm Exergi ผลประโยชน์นอกจากจะช่วยลดคาร์บอน 8 ล้านตันในช่วง 10 ปีแรก ลดค่าใช้จ่าย 80 billlion SEK ต่อปี ยังสร้างมูลค่าการส่งออก 20 billion ต่อปี และสร้างงานใหม่ได้กว่า 28,000 งานจากโครงการ BECCS
BECCS Stockholm ยังได้รับรางวัล ติดท้อป 3 The European Sustainable Energy Awards 2022 หมวด Innovation category อีกด้วย (อ่าน Methodology)
[Update] เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2024 รัฐบาลสวีเดนได้ประกาศข่าวดี 2 เรื่องในการไปสู่ Negative emissions ได้แก่
- 1. สวีเดนเซ็นข้อตกลงสร้างความร่วมมือด้าน CCS ร่วมกับเดนมาร์กและนอร์เวย์ ในการกักเก็บคาร์บอนข้ามประเทศ ทำให้โครงการใน Stockholm Exergi พัฒนาได้อย่างรวดเร็วและกักเก็บได้มากขึ้น
- 2.สวีเดนได้ส่งเรื่องการสนับสนุนสร้างระบบ CCS จากภาครัฐ ให้กับ European Comission ซึ่งจะช่วยให้โครงการเป็นรูปธรรมยั่งยืนขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่มีความตื่นตัวด้านการวิจัยการดักจับและกักเก็บคาร์บอนโดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมหนัก เช่น
โครงการ HYBRIT Initiative

จุดมุ่งหมายหลักในการผลิตเหล็กที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน โครงการ HYBRIT ต้องการวิจัยการลด CO2 จากระบบการผลิตเหล็ก บริษัท SSAB, LKAB, และ Vattenfall ได้ร่วมมือกันในโครงการนี้โดยมีเป้าหมายในการแทนที่ถ่านหินที่ใช้ในกระบวนการผลิตเหล็กด้วยไฮโดรเจนที่ผลิตจากแหล่งพลังงานทดแทน การดักจับและกักเก็บ CO2 ไว้ใต้ดิน
โครงการ Cementa

การศึกษาความเป็นไปได้ CCS ของ Cementa บริษัทในเครือของ Heidelberg Cement ได้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้เกี่ยวกับการดักจับและกักเก็บคาร์บอนในโรงงานผลิตซีเมนต์ที่ Slite โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การดักจับการปล่อย CO2 จากกระบวนการผลิตซีเมนต์และการสำรวจความเป็นไปได้ในการกักเก็บคาร์บอนไว้ใต้ดิน
โครงการ Cinfracap

เมือง Gothenburg ได้มีส่วนร่วมในการสนทนาและการศึกษาเกี่ยวกับศักยภาพในการใช้เทคโนโลยี CCS ในภูมิภาคนี้ โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งในเช่น โรงกลั่นน้ำมันและโรงงานผลิตซีเมนต์ มีการปล่อย CO2 อย่างมาก ทำให้ภูมิภาคนี้เหมาะสมสำหรับโครงการ CCS ตัวอย่างโครงการสำคัญ เช่น โครงการ Cinfracap ซึ่งเป็น collaborative venture ระหว่าง Göteborg Energi, Nordion Energi, Preem, St1, Renova, and Gothenburg Port Authority ในการผลักดัน megaproject ที่จะทำให้เมืองนี้เป็นที่แรกในโลกที่มี open common infrastructure สำหรับการขนส่งและดักจับคาร์บอนในรูปแบบ large-scale liquid carbon dioxide ในปี 2026
โครงการ Stockholm Norvik Port

Stockholm Norvik Port มีโอกาสการเป็น CCS hub ทางฝั่งตะวันออกชั้นนำของสวีเดน ขณะนี้มีการทำ Feasibility Study ที่ท่าเรือ Stockholm Norvik (สร้างเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา) โดย The Swedish Port Authority ร่วมกับ Stockholm Exergi, Mälarenergi, Söderenergi, Vattenfall, Heidelberg Materials (เยอรมนี), Nordkalk (ฟินแลนด์) และ Plagazi ภายใต้โครงการชื่อ The NICE project (Norvik Infrastructure CCS East Sweden) เพื่อใช้งานวิจัยนี้มาสร้างโครงสร้าง Infrasturcture สำหรับ Sustainable Carbon Capture and Storage ทางตะวันออกของสวีเดน ที่มีประสิทธิภาพทั้งราคาและคุณภาพ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย

ตัวอย่างโครงการวิจัยด้าน CCS จาก RISE สำนักวิจัยสวีเดน
- Cost-effective capture of carbon dioxide from Swedish CHP boilers | RISE
- Development of Low-Cost Zeolites for Cost-Efficient Carbon Capture | RISE
- Carbon capture, utilization and storage with Swedish mine tailings | RISE
- On-board CCS for shipping | RISE ฯลฯ
ในบทความถัดไป จะเป็นเรื่องโครงการความร่วมมือที่ผ่านมาด้าน CCS ระหว่างไทย-นอร์ดิก ติดตามได้เร็วๆนี้ ที่เว็บไซต์ http://www.tniu-rte.org
TNIU-Thailand and Nordic Countries Innovation Unit
