
ในยุคแห่งข้อมูลดาต้าที่มีอยู่มากมาย รัฐบาลฟินแลนด์ รุกพัฒนาเครือข่าย 6G คว้าโอกาสเทคโนโลยีแห่งอนาคต ทุ่มทุนมหาศาลดึงนักวิจัย 54 ชาติร่วมพัฒนา ตั้งคณะทำงานจากกระทรวงคมนาคมและการสื่อสารเพื่อสร้างเครือข่ายที่เสถียรและปลอดภัย โดยเทคโนโลยี 6G นี้จะพลิกโฉม การแพทย์-การศึกษา-ความมั่นคง นอกจากนี้ฟินแลนด์ยังได้ร่วมมือกับ NATO ในการตั้งศูนย์ทดสอบ 6G พัฒนานวัตกรรมด้านกลาโหมโดยเฉพาะ ต่อจากนี้ไป…ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมยานพาหนะไร้คนขับ การแพทย์ทางไกล และเมืองอัจฉริยะ จะไร้สายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
มาร่วมถอดรหัสแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ 6G ของฟินแลนด์ผู้นำด้านดิจิตอลของโลกและเตรียมความพร้อมโอกาสประเทศไทยได้แล้วที่ TNIU!
Highlights
- อัพเดทนโยบาย 6G รัฐบาลฟินแลนด์
- ความร่วมมือระหว่างประเทศ
- ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีเครือข่าย 6G ในมหาวิทยาลัย Oulu
- มหาวิทยาลัย Oulu เป็นศูนย์วิจัยเกี่ยวกับ 6G แห่งแรกของโลก
- ประโยชน์ของเทคโนโลยี 6G
- โอกาสสำหรับประเทศไทย
อัพเดทนโยบาย 6G รัฐบาลฟินแลนด์

1.มีการจัดตั้งคณะทำงานพัฒนา 6G ขึ้นมาโดยเฉพาะ
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2567 รัฐบาลฟินแลนด์ได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยี 6G โดยแต่งตั้งจากกระทรวงคมนาคมและการสื่อสาร (Traficom) เพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากหลายภาคส่วน ได้แก่
- ภาครัฐ : กระทรวงการศึกษาและการจ้างงาน สำนักงานความมั่นคงทางไซเบอร์แห่งชาติ / กระทรวงการต่างประเทศ
- ภาคการศึกษา: มหาวิทยาลัย Aalto / มหาวิทยาลัย เฮลซิงกิ / มหาวิทยาลัย Oulu และ มมหาวิทยาลัย Tampere
- ภาคธุรกิจ: Business Finland / สถาบันวิจัย VTT / Nokia / FiCom / บริษัทเครือข่ายมือถือ 3 บริษัท (DNA, Telia, Elisa) อุตสาหกรรมเทคโนโลยีของฟินแลนด์ เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายในอนาคตอย่างรอบด้าน เป็นต้น

2.ยกระดับพันธกิจที่สำคัญในระดับสากล อาทิ การกำหนดเป้าหมายสำคัญของฟินแลนด์ในการสร้างความเชื่อมโยงเครือข่ายสำหรับคลื่นความถี่วิทยุที่จำเป็นสำหรับเทคโนโลยีการสื่อสารเคลื่อนที่ในอนาคต (the radio frequencies required by next-generation mobile communications technologies) และทบทวนวิธีการรับรองความปลอดภัยของเครือข่ายในช่วงการเปลี่ยนผ่าน 6G อีกทั้งการตรวจสอบปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือและการทำงานในแบบบูรณาการ (reliability and interoperability) ซึ่งโดยรวมแล้วมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาเครือข่ายมือถือของคนรุ่นต่อไปให้ปลอดภัยและยั่งยืน
3.คณะกรรมการ NATO’s Defense Innovation Accelerator for the North Atlantic (DIANA) ได้อนุมัติข้อเสนอของฟินแลนด์ในการจัดตั้งศูนย์ทดสอบด้านเทคโนโลยีเครือข่าย 2 แห่งในฟินแลนด์ (ม. Oulu และ VTT) โดยศูนย์วิจัย 1 แห่ง (ศูนย์ทดสอบ 6G ที่ Oulu) จะมุ่งเน้นไปที่การศึกษาวิจัย 6G โดยเฉพาะการเร่งขับเคลื่อนพัฒนานวัตกรรมกลาโหมของ NATO สำหรับมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ
ความร่วมมือระหว่างประเทศ
ฟินแลนด์ไม่ได้พัฒนาเทคโนโลยี 6G เพียงลำพัง แต่ยังสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เช่น
- มหาวิทยาลัย Oulu และหน่วยงาน Bharat 6G Alliance ในอินเดีย มี MoU เพื่อส่งเสริม ความร่วมมือ ในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีไร้สาย 6G โดย ครม. เชิงกลยุทธ์ดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่าย 6G ของฟินแลนด์และอินเดีย โดยเฉพาะการเร่งการพัฒนาระบบนิเวศ 6G ที่ครอบคลุม ปลอดภัยและรองรับการประสานงานร่วมกันได้ทั่วโลก
- เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2024 บริษัท Nokia Vodafone Idea ของอินเดียได้คัดเลือกให้ บริษัท Nokia ของฟินแลนด์ (และ Ericsson, Samsung) เป็นพันธมิตรในการสร้างเครือข่ายระบบ 4G และ 5G สำหรับการจัดหาอุปกรณ์เครือข่าย (network equipment) ภายใต้วงเงิน 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในระยะเวลา 3 ปี
- นอกจากนี้หน่วยงาน 6G Flagship ของมหาวิทยาลัย Oulu ได้กระชับ ครม. ด้านการวิจัยกับสถาบันวิจัยชั้นนำของเกาหลีใต้ โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้ลงนามใน MoU 3 ฉบับกับ มหาวิทยาลัย Yonsei สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงของเกาหลี (KAIST) และสถาบัน ETRI (การวิจัยอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม) โดยมุ่งพัฒนาและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการพัฒนาเทคโนโลยี 6G
ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีเครือข่าย 6G ในมหาวิทยาลัย Oulu


มหาวิทยาลัย Oulu เป็นศูนย์วิจัยเกี่ยวกับ 6G แห่งแรกของโลก
โดยเป็นศูนย์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาทั้งในเชิงพาณิชย์และการป้องกันประเทศ มีการสนับสนุนจาก NATO ผ่านโครงการ DIANA ที่เน้นการวิจัยและทดสอบเทคโนโลยี 5G/6G ในสภาพแวดล้อมที่ล้ำสมัย มหาวิทยาลัย Oulu เป็นผู้นำในโครงการ 6G Flagship ซึ่งถือเป็นกลุ่มวิจัยด้าน 6G แห่งแรกของโลก ศูนย์ทดสอบที่นี่มีความทันสมัยมาก สามารถวัดสัญญาณความถี่วิทยุได้สูงถึง 330 GHz และมีห้องปฏิบัติการเฉพาะทางที่ทันสมัยศูนย์นี้ได้รับงบประมาณกว่า 251 ล้านยูโร และมีนักวิจัยประมาณ 500 คนจาก 54 ประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่ฟินแลนด์ให้กับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี 6G

ศูนย์นี้มีความสามารถในการทดสอบสัญญาณคลื่นความถี่สูงถึง 330 GHz โดยมีห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง เช่น ห้อง RF anechoic และสถานีเซ็นเซอร์ RFIC ที่ทันสมัย มีโซลูชันที่บูรณาการกับ AI เพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต
ประโยชน์ของเทคโนโลยี 6G
เทคโนโลยี 6G คาดว่าจะนำมาซึ่งการเชื่อมต่อที่เร็วและเสถียรยิ่งขึ้น ครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลก แม้ในพื้นที่ห่างไกลหรือกลางมหาสมุทร ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาในหลายด้าน เช่น:
- การดาวน์โหลดข้อมูลขนาดใหญ่ได้รวดเร็วขึ้น
- การควบคุมยานพาหนะไร้คนขับ
- การผ่าตัดทางไกล
- การพัฒนาแอปพลิเคชันในโลกเสมือนจริง (VR/AR)
- การพัฒนาระบบเมืองอัจฉริยะ และบ้านอัจฉริยะ
- การพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ที่มีประสิทธิภาพสูง
ซึ่ง ธุรกิจสาขาที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จาก 6G มากที่สุดได้แก่ การบริการด้านสุขภาพและการแพทย์ การขนส่ง ภาคการผลิตและอุตสาหกรรมบันเทิง เป็นต้น
โอกาสสำหรับประเทศไทย

- การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล เช่น e-commerce/ FinnTech และ Startup สามารถพัฒนาแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น รวมถึงการพัฒนาในระบบอุตสาหกรรมที่ใช้ระบบอัตโนมัติเชื่อมต่อกันด้วย IoT และ M2M (การสื่อสารระหว่าง เครื่องจักร) ทำให้เกิดการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดต้นทุน และเพิ่มคุณภาพสินค้า
- การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities) เช่น ระบบควบคุมการจราจรอัตโนมัติ การจัดการพลังงาน และการจัดการขยะอัจฉริยะ
- การพัฒนาด้านสาธารณสุข เช่น การแพทย์ทางไกล (Telemedicine) การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ การพัฒนาระบบตรวจวัดสัญญาณชีพของผู้ป่วย การจัดทำแอปพลิเคชันการดูแลสุขภาพแบบเรียลไทม์ที่ใช้การวิเคราะห์จาก AI ในโรงพยาบาลหรือที่บ้านจะมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
- การศึกษาและการเรียนรู้ทางไกล เช่น การศึกษาเสมือนจริง (Virtual Education) ซึ่งช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ทางไกลที่มีคุณภาพสูง ทั้งในรูปแบบ VR/AR ในพื้นที่ห่างไกลครอบคลุมทรัพยากรและเยาวชนทั่วประเทศ
- การพัฒนาด้านการท่องเที่ยว เช่น การให้ข้อมูลนักท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์ การใช้ VR เพื่อสร้างประสบการณ์เสมือนจริงก่อนการเดินทาง และการจัดการระบบโลจิสติกส์การเดินทางขนส่ง
- การเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) เช่น การทำฟาร์มอัจฉริยะ การควบคุมระบบน้ำ การตรวจสภาพอากาศ และการตรวจสอบสุขภาพพืช/สัตว์
- การเพิ่มประสิทธิภาพด้านความมั่นคงปลอดภัย เช่น การเพิ่มความสามารถในการเฝ้าระวังและรักษาความปลอดภัยโดยการใช้กล้อง CCTV อัจฉริยะหรือโดรนสำหรับตรวจตรา
นอกจากนี้ ไทยสามารถพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยีในประเทศ เช่น AI การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
บทสรุป
เทคโนโลยี 6G จะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของอนาคต ทำให้ฟินแลนด์ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการพัฒนาเครือข่ายไร้สายรุ่นใหม่ ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากการพัฒนาเหล่านี้เพื่อสร้างนวัตกรรม และเสริมสร้างความมั่นคงในด้านเศรษฐกิจและสังคมซึ่งอาจช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรวม อย่างไรก็ดีการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องมีการวางแผนและเตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบ
ขอขอบคุณบทความจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุง Helsinki
อ้างอิง: https://techsauce.co/news/finland-invests-6g-development-attracts-global-researchers
ติดตามข่าวสารพัฒนานวัตกรรมไทย-นอร์ดิกสู่ความยั่งยืน
TNIU Thailand and Nordic Countries Innovation Unit
