Ambassador’s Vision วิสัยทัศน์เอกอัครราชทูตไทย ณ สตอกโฮล์ม

บทบาทการทูตเชิงนวัตกรรมของไทย (Innovation diplomacy )

Q: TNIU จะพัฒนาต่อยอดในอีก 5 ปีข้างหน้าอย่างไร เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนระหว่างไทย-นอร์ดิกให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น?


ท่านทูตอรุณรุ่ง: ในบริบทของกระทรวงการต่างประเทศ นโยบายและพันธกิจหลักอย่างหนึ่งคือการผลักดัน “การทูตนวัตกรรมและเศรษฐกิจเชิงรุก” โดยใช้ประโยชน์จากเครือข่ายสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลไทยในต่างประเทศกว่า 100 แห่ง เพื่อเข้าถึงแนวปฏิบัติ รวมถึงเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ในเวลานี้ประเทศไทยมีฐานอุตสาหกรรมที่โดดเด่นหลากหลาย โดยเฉพาะในเรื่อง อาหาร เกษตร การท่องเที่ยว และผลผลิตจากความคิดสร้างสรรค์ แต่ก็ยังคงมีด้านที่ต้องเร่งพัฒนาอยู่เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นทุนมนุษย์ เงินลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งจะเห็นว่าการทูตนวัตกรรมจะเข้ามาลดช่องว่างให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล ถ่ายทอดองค์ความรู้ และส่งเสริมการเข้าถึงเงินลงทุนให้มากยิ่งขึ้น

ในอีก 5 ปีข้างหน้า TNIU (Thai-Nordic Innovation Unit) จะมุ่งเน้นภารกิจสำคัญเพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนระหว่างประเทศไทยและประเทศนอร์ดิกอย่างยั่งยืน โดยจะมี 4 ภารกิจหลักดังนี้:

1. การพัฒนาและแลกเปลี่ยนด้านบุคลากร และองค์ความรู้

การสร้างบุคลากรที่มีความสามารถและองค์ความรู้ที่ทันสมัยเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนานวัตกรรม TNIU จะมุ่งเน้นการสร้างโอกาสในการพัฒนาและแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างประเทศไทยและกลุ่มประเทศนอร์ดิก โดยจะมีการจัดโปรแกรมอบรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน และการทำงานร่วมกันระหว่างนักวิจัย นักนวัตกรรม และผู้ประกอบการ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถเรียนรู้จากกันและกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนการเข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่หาได้ยากในประเทศไทยเอง ผ่านการจัดเวิร์กช็อป การสัมมนา acceleration program และการประชุมในระดับนานาชาติ  เป็นต้น โดยตัวอย่างที่ผ่านมา เช่น การจัด Sustainable Development Forum ร่วมกับสถานทูตสวีเดนประจำ ประเทศไทยเป็นประจำทุกปี, การจัดสัมมนาที่เชิญผู้เชี่ยวด้านนวัตกรรมป่าไม้และการก่อสร้างด้วยไม้ให้กับภาคส่วนต่างๆของไทย, การสรรหาบุคลากรที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อร่วมทำงานวิจัย เป็นต้น เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและแนวคิดใหม่ ๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้กับบริบทแบบไทยต่อไป

2. การเข้าถึงแหล่งเทคโนโลยี

เทคโนโลยีเป็นอีกหัวใจของ Green and Just  Transition  ซึ่ง TNIU จะมุ่งเน้นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเทคโนโลยีจากกลุ่มประเทศนอร์ดิก ซึ่งเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง และเป็นที่ต้องการของหน่วยงานไทย นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ศูนย์วิจัย และสถาบันเทคโนโลยีในไทยและนอร์ดิก ร่วมถ่ายทอดเพื่อช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถปรับตัวและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่รองรับกับตลาดที่เปลี่ยนไปและมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยที่ผ่านมาได้มีหน่วยงานไทยติดต่อมาศึกษาดูงาน รวมถึงให้แนะนำและเชื่อมโยงกับบริษัทในสวีเดนที่มีเทคโนโลยีที่เป็นที่ต้องการของหน่วยงานของไทย โดยเฉพาะในกลุ่ม Impact Tech เช่น เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม การรีไซเคิล เทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดหรือเทคโนโลยีที่จะช่วย ลดต้นทุนในการผลิตนวัตกรรมใหม่ๆ เป็นต้น


3. การสร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน

TNIU จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม ระหว่างสตาร์ทอัพ/ธุรกิจนวัตกรรม/นักวิจัยจากประเทศไทยกับนักลงทุน/แหล่งทุนจากกลุ่มประเทศนอร์ดิก ซึ่งโดดเด่นด้าน Impact investing หรือที่สนใจลงทุนในโครงการที่มีศักยภาพสูงในไทย  โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้าน Deep tech ที่ต้องการนักลงทุนที่มีความเข้าใจด้านเชิงเทคนิคที่หาได้ยากในประเทศไทย โดย TNIU จะส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งทุนระหว่างประเทศผ่านการ จัดงาน pitching event, matchmaking sessions เป็นต้น ในปีนี้มีการริเริ่มโครงการ startups acceleration กับหน่วยงานฝ่ายไทยและ Ecosystem builder ของสวีเดนให้สตาร์ทอัพไทยได้มีโอกาส พัฒนาศักยภาพ ในการเข้าถึงแหล่งทุนในต่างประเทศ

4. การสร้างองค์กรและพันธมิตรที่เข้มแข็ง

ความร่วมมือระหว่างประเทศและองค์กรเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ
TNIU จะมุ่งเน้นการสร้างองค์กรที่สนับสนุนนวัตกรรม ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ และร่วมงานกับพันธมิตรที่เข้มแข็งทั้งในประเทศไทยและประเทศนอร์ดิก ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษา องค์กรวิจัย รัฐบาล และภาคธุรกิจ เพื่อให้การทำงานร่วมกันเกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับไทยในการไปสู่การเป็นชาตินวัตกรรม

การประชุมระดมสมองเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือที่ฝ่ายไทยต้องการในด้านความยั่งยืนและนวัตกรรมจากกลุ่มประเทศนอร์ดิก

อุตสาหกรรมที่มุ่งเน้น

Q: อุตสาหกรรมหรือตัวอย่างนวัตกรรมความยั่งยืนที่ประสบความสำเร็จและมีศักยภาพสูงในการสร้างความร่วมมือที่มีผลกระทบเชิงบวกและเป็นที่เร่งด่วนของไทยและ TNIU จะสนับสนุนสิ่งนี้อย่างไร

ท่านทูตอรุณรุ่ง: ภูมิภาคนอร์ดิกโดดเด่นในด้านพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีสีเขียว ซึ่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานมีความสำคัญยิ่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสอดคล้องกับแผนพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทยที่ตั้งเป้าสู่การเป็น กลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2065

นอกจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว ประเทศไทยยังต้องหันมาพิจารณาการดักจับและกักเก็บคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมที่การลดการปล่อยก๊าซเป็นเรื่องท้าทาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในแนวทางสำคัญในการบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมป่าไม้ของไทย เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมมีศักยภาพสูงในการสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจในทุกระดับ อย่างไรก็ตาม การปลูกป่าเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากการขยายตัวของประชากรและความต้องการพื้นที่อยู่อาศัย (Urbanization) การผสานป่าเป็นส่วนหนึ่งของเมือง ให้ไม้ทำหน้าที่กักเก็บคาร์บอนในโครงสร้างอาคาร พร้อมทั้งปลูกป่าทดแทน และสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรป่าไม้ จึงเป็นแนวทางที่ตอบโจทย์การฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรม

ประเทศสวีเดนเป็นตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในการเพิ่มพื้นที่ป่าจาก 30% เป็น 70% ภายในระยะเวลา 100 กว่าปี และยังเป็นผู้ส่งออกไม้อันดับต้นๆของโลก ความน่าสนใจของการพัฒนาด้านนโยบาย การแปรรูป เทคโนโลยี และการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนนั้น เป็นไปได้อย่างไรบ้างที่ประเทศไทยจะนำแนวคิดนี้มาปรับใช้เพื่อสร้างโมเดลพัฒนาอุตสาหกรรมป่าไม้ที่ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของเราเอง ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้สนับสนุนความร่วมมือผ่านการจัดสัมมนา,  การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญสวีเดนและไทย การจัดการศึกษาดูงานให้กับคณะของไทยที่มีส่วน สำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องป่าไม้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำทุกภาคส่วนและหลังจากการดูงาน ได้มีการการส่งเสริมงานวิจัยที่ต่อยอดต่อไป เช่น งานวิจัยเกี่ยวกับการเริ่มต้นสร้างอุตสาหกรรมไม้เพื่อการก่อสร้างของไทยที่เชื่อมโยงกับการฟื้นฟูป่า (Setting the Stage for Thailand Timber Construction Industry: A Sustainable Forestry and Landscape Restoration Initiative) ดำเนินการโดยมีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นเจ้าภาพหลัก และ การพัฒนาต้นแบบห้องสำเร็จรูปไม้สำหรับอาคารชุดพักอาศัยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทยดำเนินการโดยมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นเจ้าภาพหลัก ทั้ง 2 โครงการนี้เป็นการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากสวีเดนและได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก บพข.

ต่อมาในปี 2567 ทีมงาน TNIU มีความสนใจเพิ่มเติมจึงมีการเข้าร่วมโครงการอบรม LoCoFoRest  (Locally Controlled Forest Restoration training programme) จัดโดยหน่วยงานสวีเดนที่ต้องมีการต่อยอดในการทำ Change project ในพื้นที่ประเทศไทย โดยได้ริเริ่มโครงการนำร่องในจังหวัดแพร่เพื่อสร้าง roadmap โดยกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อนำไปสู่การเป็นต้นแบบเมืองไม้ยั่งยืนของประเทศไทยในอนาคต

นอกจากอุตสาหกรรมป่าไม้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้เล็งเห็นความโดดเด่นของประเทศสวีเดนที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “Unicorn Factory of Europe”เพราะมีความเชี่ยวชาญในการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีระบบนิเวศนวัตกรรม (innovation ecosystem) ที่แข็งแกร่ง สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสตาร์ทอัพและภาคธุรกิจไทย รวมถึงหน่วยงานที่สนับสนุนการพัฒนา เพื่อสร้าง Global และ Sustainability Mindset ในการเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมจากภาวะโลกรวนและกฎระเบียบที่จะกระทบกับเศรษฐกิจสังคมในอนาคตทั้งจากในประเทศและนอกประเทศ

โดยทางสถานเอกอัครราชทูตฯได้ริเริ่มโครงการนำร่องที่ชื่อว่า “ Scale up Impact! Thailand x Sweden Global startup acceleration program by Epicenter”  เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนของไทยเพิ่มเติม โดยร่วมมือกับหน่วยงานในประเทศ และ Acceleration ชั้นนำของสวีเดนเพื่อส่งเสริมและยกระดับสตาร์ทอัพของไทยในกลุ่มที่เน้นสร้างผลกระทบเชิงบวก (Impact Tech) ไม่ว่าจะเป็น Climate Tech, Green Tech, Clean Tech, Food Tech และ Health Tech โดยโครงการนี้มุ่งหวังในการยกระดับศักยภาพ วิสัยทัศน์ของผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรมของไทยและเป็นสะพานในการต่อยอดธุรกิจโดยการจับคู่กับพันธมิตรในภูมิภาคนอร์ดิกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเป้าหมายที่จะพัฒนาศักยภาพของ Accelerator ไทยให้มีความเป็นสากลไปพร้อมๆกันและสร้างความเข้มแข็งของการร่วมมือในประเทศไทยจากภายในเพราะเป็นโครงการที่บูรณาการความร่วมมือทั้งด้านการวางแผน การดำเนินการและงบประมาณระหว่างหน่วยงานของไทยถึง 5 หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งล้วนแต่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมของไทย

แรงบันดาลใจ

Q:ในฐานะที่ท่านทูตได้สัมผัสทั้งวัฒนธรรมไทยและนอร์ดิก ท่านมีแรงบันดาลใจในการทำงานสร้างความร่วมมือด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนระหว่างสองภูมิภาคนี้อย่างไรบ้าง?

ท่านทูตอรุณรุ่ง: ในฐานะที่ได้สัมผัสทั้งวัฒนธรรมไทยและสวีเดน แรงบันดาลใจส่วนตัวในการทำงานเพื่อสร้างความร่วมมือด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนระหว่างสองภูมิภาคนี้มาจากความเชื่อที่ว่า ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการแลกเปลี่ยนความรู้สามารถนำมาซึ่งการแก้ไขปัญหาที่สร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพมากขึ้น การได้เห็นว่าทั้งสองประเทศมีจุดแข็งและคุณค่าที่แตกต่างกัน แต่มุ่งเน้นไปในทิศทางเดียวกันในเรื่องความยั่งยืนและนวัตกรรม เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดพลังและอยากมีส่วนร่วมในการเชื่อมต่อระหว่างสองภูมิภาคนี้

นอกจากนี้ ในมุมที่ได้เป็นตัวแทนของคนไทยในสวีเดน ดิฉันต้องการสนับสนุนคนไทยที่มีความสามารถ นวัตกรรมไทยที่โดดเด่นให้มีพื้นที่ในเวทีโลกยิ่งขึ้น แม้หนทางในการสร้างให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในฐานะประเทศบนฐานนวัตกรรมในสายตาของประชาคมโลก นั้นยังอีกยาวไกลและต้องใช้ความร่วมมือร่วมใจอีกมากแต่ดิฉันเชื่อว่าต้องเริ่ม ด้วยความความมุ่งมั่นตั้งใจในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ตั้งแต่วันนี้

แบ่งปันประสบการณ์

Q: หลังจากได้ใช้ชีวิตในภูมิภาคนอร์ดิกมาระยะหนึ่ง หากท่านทูตสามารถแนะนำประเพณี/การปฏิบัติ/วิธีคิดของชาวนอร์ดิกอย่างหนึ่งให้คนไทย จะเลือกอะไรและเพราะเหตุใด?

ท่านทูตอรุณรุ่ง: แนวคิด “Lagom” ซึ่งหมายถึง “พอดี” หรือ “ความสมดุลในทุกสิ่ง” แนวคิดนี้สะท้อนถึงการใช้ชีวิตที่เน้นความสมดุล ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป และการพอเพียงในทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การบริโภค หรือความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง การลดการใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย และการส่งเสริมการใช้ชีวิตที่ยั่งยืน แนวคิด Lagom ยังสะท้อนถึงความเท่าเทียมและความยุติธรรมในสังคม สวีเดนเป็นประเทศที่มีสังคมที่ค่อนข้างเท่าเทียม การนำแนวคิดนี้มาใช้ในไทยอาจช่วยส่งเสริมความคิดที่เน้นการให้โอกาสที่เท่าเทียมและการออกแบบระบบ โครงสร้างสังคมที่จะลดความเหลื่อมล้ำได้

Sufficiency Economy Philosophy: SEP

ดิฉันยังเห็นว่าแนวคิด Lagom ของสวีเดนนั้นมีความสัมพันธ์ระหว่างปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy: SEP) อย่างมากในแง่ที่ว่าการจะบรรลุสู่ความสุขส่วนตนและประโยชน์สุขของสังคมนั้นจะต้องมีความสมดุลทั้งด้านมิติสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม ความพอประมาณ ความมีเหตุผลและมีภูมิคุ้มกันพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในมิติต่างๆ

บทเรียนจากปี 2024 

Q: จากประสบการณ์ด้านการทูตนวัตกรรม (innovation diplomacy) มีบทเรียนสำคัญใดบ้าง และจากผลการดำเนินงานในโครงการปี 2024 จะกำหนดกลยุทธ์และกิจกรรมต่อไปอย่างไร? 

ท่านทูตอรุณรุ่ง: ในปีที่ผ่านมา ได้มีการริเริ่มโครงการและมอบหมายให้ TNIU เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ โดยมีบทเรียนสำคัญ ดังนี้

1. ความร่วมมือคือหัวใจของความสำเร็จของชาตินวัตกรรม : หนึ่งในปัจจัยความสำเร็จสำคัญของภูมิภาคนอร์ดิกที่ได้สัมผัสคือการร่วมมือกันทั้งระหว่างภาคส่วนต่างๆภายในประเทศ (quadruple innovation helix) และระหว่างกลุ่มประเทศนอร์ดิกผ่าน The Nordic Council  ลดความทับซ้อนในการทำงาน อย่างสวีเดนเอง หน่วยงานทั้งในและนอกประเทศนั้นสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเข้มข้นภายใต้หัวใจความเป็น Team Sweden โดยเรานำแนวคิดและแรงบันดาลใจนี้มาเป็นแนวทางการดำเนินโครงการต่างๆ ของศูนย์ เช่น โครงการ Flagship ด้านการ
ส่งเสริมสตาร์ทอัพของไทย Scaleup impact!  Thailand x Sweden Global Startup Acceleration Program ที่ได้ริเริ่มในปีนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าขาด Stakeholders ต่างๆ ที่มาร่วมมือร่วมใจ บูรณาการการทำงานในส่วนที่ตนมีศักยภาพและความถนัด และในอนาคต เราก็หวังว่าจะมีโครงการในลักษณะนี้ที่จะช่วยสร้าง Team Thailand ของเราให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปไม่แพ้ชาติใดในโลก

2. การทำงานแบบคมชัดลึก ในการทำกิจกรรมต่างๆ ของ TNIU ต้องมีเป้าหมาย และกลยุทธ์ที่ชัดเจน การทำงานภายในมีการนำเทคโนโลยีต่างๆมาใช้ให้การทำงานรวดเร็วมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น รวมถึงจัดสรรการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า เช่น ในงาน TNIU month นี้ ทางทีมงานก็ได้กำหนด Theme ตามความสนใจที่ได้รับฟังจาก Stakeholders ฝ่ายไทย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับการพัฒนาของไทยโดยสิ่งที่ได้เรียนรู้ในปีนี้และ feedback ต่างๆจะมีการนำไปวิเคราะห์เพื่อต่อยอด พัฒนาโครงการต่างๆ ต่อไปในปีหน้าให้ตอบโจทย์ประเทศไทยยิ่งขึ้นต่อไป


ขอขอบคุณนางอรุณรุ่ง โพธิ์ทอง ฮัมฟรีย์ส เอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม ที่ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมไทย-นอร์ดิกสู่ความยั่งยืน

ติดตาม : TNIU Thailand and Nordic Countries Innovation Unit


บทความเกี่ยวกับไทย-สวีเดน

Subscribe

Enter your email below to receive updates.

Discover more from Welcome to TNIU

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading