
เมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 นอกจากกิจกรรมไฮไลท์สตาร์ทอัพไทยมา Pitch ที่สวีเดนแล้ว ยังอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่ผู้แทน Accelerators ในไทย ได้แก่ คณะอาจารย์ ผู้บริหารจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ได้ลงพื้นที่ศึกษา Deep Tech Ecosystem และกลุ่ม Clusters ต่างๆ ในสวีเดน เดนมาร์ก และนอร์เวย์ เพื่อถอดบทเรียนสู่การพัฒนาโมเดลสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมในไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
.
โดย อ.พงศ์วราวุฑฒิ หมื่นยุทธ์ (อ.ต้น) ผู้ช่วยผู้อำนวยการเทคโนธานี ฝ่ายบ่มเพาะธุรกิจและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ได้แชร์แง่คิดดีๆ จากการเยือนครั้งนี้ ในรายการ TNIU FIKA EP. 9 : ตอน Scale Up Impact! Deep Tech Ecosystem สรุปได้ดังนี้
ตัวอย่างโมเดลการทำงานร่วมกันในนอร์ดิก
🇸🇪สวีเดน : โมเดลการสร้างผู้ประกอบการระดับโลก (Consortium Model)
จาก SSES (Stockholm School of Entrepreneurship, Sweden)

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1999 มหาวิทยาลัยในสตอกโฮล์มทั้ง 6 แห่ง ร่วมจับมือกัน ทลายกำแพงทางความรู้และคิดเชิงระบบ เพื่อพัฒนาหลักสูตรผู้ประกอบการที่เน้นการปฏิบัติ (Innovation Entrepreneurship) โดยได้แชร์ทรัพยากรด้านการศึกษา เช่น ห้องทดลอง เครื่องมือเทคโนโลยี รวมถึงคอร์สการฝึกอบรมร่วมกัน
ซึ่งแต่ละ 6 มหาวิทยาลัยมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน แต่ผสานความต้องการที่หลากหลายอย่างลงตัว ได้แก่ มหาวิทยาลัย Karolinska Institutet (การแพทย์), KTH (วิศวกรรม), Konstfack (ศิลปะและการออกแบบ), Royal College of Music (ดนตรี) และ Stockholm Schools of Economics (เศรษฐศาสตร์) เป็นต้น โดยนักศึกษาที่อยู่ในมหาวิทยาลัยในสตอกโฮล์มดังกล่าวปัจจุบันเข้าร่วมแล้วกว่า 22,000 คน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม และบางคอร์สก็ยังเปิดให้ศิษย์เก่าเข้าร่วมอีกด้วย เปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้แบบบูรณาการหลายศาสตร์ และเสริมศักยภาพทางการแข่งขัน เช่น การร่วมมือกันสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ การพัฒนางานวิจัยสู่ท้องตลาดมากขึ้น เป็นต้น โดยปัจจุบัน มากกว่า 40% ของศิษย์เก่า SSES ได้ก่อตั้งบริษัทของตนเอง และเครือข่ายผู้ประกอบการนี้ได้บริหารองค์กรกว่า 1,500 แห่งทั่วโลก มีการจ้างงานแล้วมากกว่า 10,000 คน
ปัจจัยความสำเร็จของ SSES
- ทำเลที่ตั้งเชิงกลยุทธ์ – อยู่ใกล้กับศูนย์นวัตกรรมและแหล่งเทคโนโลยีของสตอกโฮล์ม
- โครงสร้างแบบไม่แสวงหากำไร – บริหารอย่างอิสระ คล่องตัว และขับเคลื่อนด้วยพันธกิจ
- คัดเลือกคนที่ใช่ – เน้นทัศนคติและวิธีคิดแบบผู้ประกอบการ
- Lean & Agile – ตัดขั้นตอนที่ซับซ้อน ทำงานเร็วและยืดหยุ่น
- Train-the-Trainer – มุ่งพัฒนาผู้สอนและผู้นำระบบนิเวศ มากกว่ามุ่งเพียงนักศึกษา
- ผลลัพธ์เชิงลึก – สร้างการเปลี่ยนแปลงกับกลุ่มเป้าหมายมากกว่าการทำกิจกรรมแบบกว้าง
ซึ่งโมเดลการเรียนรู้แบบบูรณาการนี้ ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับ 4 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีในไทย
1. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.)
2. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)
3. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สลจ.)
4. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)
ที่กำลังมีการหารือพัฒนาแนวทางจับมือกันเพื่อสร้างระบบนิเวศทางนวัตกรรมเช่นเดียวกัน
ข้อเสนอแนะสำคัญจาก SSES สำหรับไทย คือ
- จัดตั้งหน่วยงานกลางด้านเงินทุนเพื่อสนับสนุนนวัตกรรม
- ส่งเสริมการทำงานแบบ Consortium ที่มีสิทธิ์เท่าเทียมกัน
- ใช้แนวคิด “Wild Card” เปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นหลากหลายเข้ามาแก้ปัญหา
- มุ่งพัฒนาผู้สอนและผู้นำระบบนิเวศ มากกว่ามุ่งเพียงนักศึกษา
สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.sses.se/
โมเดลการสร้าง Innovation Ecosystem
สำนักนวัตกรรมแห่งชาติสวีเดน : Vinnova (Sweden’s Innovation Agency)
ทำหน้าที่เป็น “สะพาน” เชื่อมระหว่างนักวิจัยและผู้ประกอบการ สนับสนุนให้งานวิจัยต่อ ยอดเป็นธุรกิจใหม่ ช่วยสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมแบบ Co-Creation ที่นักวิจัยและสตาร์ทอัพทำงานร่วมกันตั้งแต่ต้น สามารถติดตามบทสัมภาษณ์คุณ Kjell Håkan Närfelt: Chief Strategy officer โดย TNIU ได้ที่ : https://tniu-rte.org/2023/08/04/vinnova-swedens-innovation-agency/

KTH Innovation Readiness Level
มหาวิทยาลัย KTH ได้มีพัฒนาเครื่องมือที่น่าสนใจ โมเดลการประเมินความพร้อมของสตาร์ทอัพอย่างรอบด้าน ที่ไม่ใช่ดูแค่เทคโนโลยี (TRL) แต่รวมถึงมิติของ 1.ทีม 2.ตลาด 3.เงินทุน 4.สิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา 5.ลูกค้า และ 6.เทคโนโลยี ซึ่งช่วยให้เรียนรู้และนำมาปรับใช้เพื่อประเมินศักยภาพสตาร์ทอัพได้อย่างละเอียดยิ่งขึ้น

โมเดลมหาวิทยาลัยในนอร์ดิก
🇩🇰เดนมาร์ก
- มหาวิทยาลัย DTU (Danish Technology University, Denmark)
มหาวิทยาลัยด้านเทคโนโลยีชั้นนำที่เน้นความสำคัญด้าน การจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และสร้างบริษัท Spin-off จากงานวิจัย โดยที่มี DTU Sky Lab ที่ทำหน้าที่เป็น Living Lab สำหรับนักศึกษา นักวิจัย บริษัท มาร่วมพัฒนา Solutions ความท้าทายสู่ธุรกิจ โดยที่ Lab นี้ มี “Wall of Fame” ที่เผยเส้นทางการพัฒนาสตาร์ทอัพ ซึ่งพบว่ายิ่งมหาวิทยาลัยแข็งแรงด้านผู้ประกอบการ จะมีจำนวนนวัตกรรมที่สามารถ Spin-off ได้มากขึ้น https://www.skylab.dtu.dk/

🇸🇪สวีเดน
- Chalmers Universityที่มหาวิทยาลัย Chalmers เมือง Gothenberg มีการจัดตั้ง Chalmers Venture Holding Company ของมหาวิทยาลัยเอง ที่ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการลงุน Deeptech และถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ตลาด โดยมีการดำเนินการ

- ทำ Deal Flow: คัดกรองและรวบรวมโปรเจกต์/ไอเดียจากนักวิจัยให้พร้อมต่อยอด
- มี Venture Creation Program: ปั้นบริษัทใหม่ตั้งแต่ศูนย์ โดยช่วยจับคู่ทีมผู้ก่อตั้ง จัดการสิทธิในผลงาน (IP) ทดลองตลาด และหาทุน
- กลไกนี้ช่วยให้มหาวิทยาลัยไทยย้อนกลับมาคิดว่า จะสร้าง Deal Flow และ Venture Creation ที่มีประสิทธิภาพได้อย่างไร
- GU Ventures (University of Gothenburg, Sweden) ไม่เพียงลงทุนในบริษัทเกิดใหม่จำนวนมาก แต่ยังดึงภาคเอกชนในท้องถิ่น เช่น Volvo มาเป็นพันธมิตร จุดแข็งที่เรียกว่า “Secret Sauce” คือการมี Business Developer เข้ามาทำหน้าที่เหมือนกรรมการบริษัท ช่วยดูแลและผลักดันให้ธุรกิจเติบโตได้จริง
🇳🇴นอร์เวย์
- Kristiana University x Epicenter (Norway)
มีการทำงานแบบขั้นบันได เริ่มจาก Pre-accelerator (บ่มเพาะไอเดีย ทดลองต้นแบบ MVP และ Value Proposition) ก่อนส่งต่อไปยัง Accelerator อย่างเช่น Epicenter เพื่อขยายตลาด - Inven2 (University of Oslo, Norway)
เป็นหน่วยงานจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรม มุ่งเน้นด้านการแพทย์ โดยเฉพาะเชี่ยวชาญด้านมะเร็ง (Cancer Cluster) และมี ShareLab ใน Oslo Science Park ที่ทำงานวิจัยร่วมกันเป็นกลุ่ม (Cluster) วิธีนี้ช่วยลดความซับซ้อน ประหยัดทรัพยากร และเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายทอดเทคโนโลยีได้รวดเร็วยิ่งขึ้น - University of Bergen (Norway)
มีการสร้าง Ocean Incubator และ Centre of Deep-Sea Innovation ที่เจาะลึกด้านเทคโนโลยีทางทะเลโดยเฉพาะ (Marine Cluster) แสดงให้เห็นว่า มหาวิทยาลัยไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่าง แต่ควรเลือก Specific Area ที่ถนัดและมีศักยภาพสูงสุด แล้วทำให้โดดเด่นในด้านนั้นๆ
นวัตกรรมไม่ใช่เรื่องของคนเก่งคนเดียว แต่เกิดจากระบบที่แข็งแรง การทำงานร่วมกัน และเครือข่ายที่สนับสนุนกันอย่างจริงจัง หากไทยโดยเฉพาะมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย และภาคเอกชน สามารถทำงานร่วมกันในลักษณะนี้ได้จริง เราก็มีโอกาสสร้าง ระบบนิเวศนวัตกรรมที่แข็งแรงและแข่งขันได้ในระดับโลก
ขอขอบคุณ อ.พงศ์วราวุฑฒิ หมื่นยุทธ์ (อ.ต้น) ที่ได้แชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สามารถรับชม TNIU FIKA EP.9 ฉบับเต็ม พร้อมรับฟังสตาร์ทอัพด้าน Deep Tech ในโครงการ Scale Up Impact ! Thailand-Sweden Global Startup Acceleration Program ย้อนหลังได้ที่ คลิปด้านล่าง
ติดตามข่าวสารพัฒนานวัตกรรมไทย-นอร์ดิก สู่ความยั่งยืน
Facebook : TNIU Thailand and Nordic Countries Innovation Unit
www.tniu-rte.org
