เสวนา 2: ปลุกพลังเมืองไม้ : แพร่ x Växjö

สรุปงานเสวนาสานพลังไทยสวีเดนสู่เมืองไม้ยั่งยืน จ.แพร่ หัวข้อที่ 2: ปลุกพลังเมืองไม้ : แพร่ x Växjö (Wood and the city, could this be a game changer?)

วิทยากร

ผู้ดำเนินรายการ :

  • นวพร สุวรรณรัตน์ Phrae Move
  • สุรัชนา ภควลีธร TNIU Thailand and Nordic Countries Innovation Unit

  🌳 Växjö: เมืองไม้ต้นแบบแห่งแรกของสวีเดน 

เมือง Växjö (แว๊กเควอ) ทางตอนใต้ของสวีเดน มีประชากรราว 100,000 คน รายล้อมด้วยผืนป่าและอุตสาหกรรมไม้ ด้วยวิสัยทัศน์ระยะยาวและความมุ่งมั่นลดการปล่อยคาร์บอน เมืองแห่งนี้จึงเลือก “ไม้” เป็นยุทธศาสตร์หลักในการพัฒนาเมืองมากว่าหลายทศวรรษ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองไม้ทันสมัยแห่งแรกของยุโรป” และ “The Greenest City in Europe”เส้นทางสู่ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน

จุดเริ่มต้นมาจากการฟื้นฟูทะเลสาบใจกลางเมืองให้กลับมาสะอาดหลังเคยเน่าเสียจนเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม ต่อมาได้พัฒนาระบบพลังงานความร้อนจากเศษไม้ (District Heating) สร้างอุตสาหกรรมหมุนเวียน ลดของเสีย และตั้งเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนอย่างจริงจัง

อีกจุดเปลี่ยนสำคัญคือเมื่อปี 2005 เมื่อเมืองออกนโยบาย “More Wood in Construction” กำหนดให้ทุกอาคารใหม่ในพื้นที่จัดซื้อจัดจ้างของเทศบาลต้องสร้างจาก “ไม้” ผลลัพธ์คือ ปัจจุบันกว่า 50% ของอาคารใหม่ อาคารเทศบาล และโครงการที่พักอาศัยเพื่อสังคม (Social Housing) ล้วนเป็นอาคารไม้ รวมแล้วกว่า 100 อาคารทั่วเมือง

“We are in the forest, by the forest, and of the forest.”
ป่าไม่ใช่เพียงภูมิทัศน์ของเมือง แต่คือหัวใจของห่วงโซ่มูลค่าใน Växjö

สามเสาหลักของการพัฒนา คือ การกำหนดทิศทางที่ชัดเจน (Direction) ความต่อเนื่อง (Continuation)  และนวัตกรรม (Innovation) ซึ่ง Växjö โชคดีที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจจากธุรกิจขนาดกลาง “ใหญ่พอที่จะรับเทคโนโลยีใหม่” และ “เล็กพอที่จะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น”

💡 3 กลไกสำคัญในการสร้างเมืองไม้ใน Växjö

1️⃣ Land Allocation – ที่ดินคือเครื่องมือของนโยบาย
เทศบาลใช้การ “จัดสรรและขายที่ดินแบบมีเงื่อนไข” ใครซื้อที่ในทำเลดีต้องสร้างอาคารไม้ และต้องเชื่อมโยงกับโครงการวิจัย กลไกนี้สร้าง movement ขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ

2️⃣ Collaboration – ความร่วมมือคือหัวใจของความสำเร็จ
เมืองทำงานร่วมกับทั้งภาคธุรกิจและภาคการวิจัยอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีวิศวกรรมไม้ที่นำไปสู่การใช้ได้จริง ตัวอย่าง มหาวิทยาลัยประจำเมือง Linnaeus University ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน เช่น IKEA และ Södra ในการสนับสนุนทุนและพัฒนาบุคลากรด้านธุรกิจ ดีไซน์ และวิศวกรรมไม้ให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมปัจจุบัน นอกจากนี้ยังเกิดเครือข่ายภาคธุรกิจการก่อสร้างอาคารด้วยไม้ชื่อ Godahus ซึ่งเริ่มจาก 5–6 บริษัท และเทศบาล แต่ปัจจุบันขยายเป็นเครือข่ายกว่า 65 บริษัท ที่ร่วมแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และลงทุนในงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัย

3️⃣ Procurement – การจัดซื้อจัดจ้างเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรม
เทศบาลใช้การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเป็นกลไกผลักดันเทคโนโลยีการก่อสร้างด้วยไม้ และการออกแบบที่ยั่งยืน สนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ ทดลอง และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ความมุ่งมั่น และการยึดมั่นในอุดมการณ์พัฒนาทั้งระบบ การให้คุณค่ากับการศึกษาและงานวิจัยในทุกมิติ คือเคล็ดลับที่ทำให้ Växjö เป็นแบบอย่างของเมืองที่วางรากฐานให้คนรุ่นต่อไปได้อยู่อย่างยั่งยืน 🌍

💡แพร่ อนาคตเมืองไม้ : จากรากเหง้าประวัติศาสตร์สู่ต้นแบบเมืองไม้ยั่งยืนของไทย 

จังหวัดแพร่มีความผูกพันกับป่าไม้อย่างลึกซึ้งมายาวนาน ด้วยภูมิประเทศที่โอบล้อมด้วยผืนป่าอุดมสมบูรณ์ งานวิจัยจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ชี้ว่า แพร่เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีความเหมาะสมมากในการเป็น “เขตเศรษฐกิจไม้สัก” สำคัญของประเทศ

ในอดีต บริษัทต่างชาติจากอังกฤษและเดนมาร์กเคยเข้ามาทำสัมปทานป่าไม้ในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดการพัฒนา “ช่างไม้ฝีมือ” และการก่อตั้ง โรงเรียนป่าไม้แห่งแรกของไทย แต่เมื่อรัฐบาลประกาศยกเลิกสัมปทานในปี พ.ศ. 2532 เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรป่า อุตสาหกรรมป่าไม้ในพื้นที่จึงซบเซากว่า 30 ปี และโรงเรียนป่าไม้เดิมก็ถูกยุบลงตามไป

วันนี้ แพร่ยังคงมีพื้นที่ป่าไม้กว่า 64% ของพื้นที่จังหวัด แต่ GDP กลับไม่ได้เติบโตตามทรัพยากร จุดเปลี่ยนเริ่มต้นขึ้นในปีพ.ศ. 2556 เมื่อจังหวัดริเริ่มยุทธศาสตร์ “Phrae Furniture City” เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไม้และเฟอร์นิเจอร์จากจุดแข็งของพื้นที่ สร้างมูลค่าด้วยแนวคิดศรษฐกิจภายใต้ผืนป่า

จังหวัดได้จัดตั้งมาคมผู้ประกอบการค้าไม้และเฟอร์นิเจอร์ และฟื้นชีวิตโรงเรียนป่าไม้เดิมให้กลายเป็น สถาบันนวัตกรรมป่าไม้ เพื่อพัฒนาทักษะบุคลากรด้านการจัดการป่าและการใช้ประโยชน์จากไม้ยุคใหม่โดยมีอนุปริญญาด้านป่าไม้และทรัพยากรป่าไม้ร่วมจัดทำกับวิทยาลัยชุมชน นอกจากนี้ เร็วๆ นี้จะมีการจัดตั้ง ศูนย์ TCDC Phrae ซึ่งมีกำหนดเปิดในปี ค.ศ. 2026 เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์โดยเฉพาะด้านวัสดุไม้ (Forest Lab) สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น

ภาคเอกชนเริ่มปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เช่น ผู้ประกอบการในสภาอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ เน้นพัฒนาเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัย ลดของเสียและพลังงานในกระบวนการผลิต และออกแบบให้สอดรับกับความต้องการตลาด ในส่วนของสถาปัตยกรรม หรือสถาปนิกรุ่นใหม่ได้มีการใช้ ไม้วิศวกรรม ด้วยไม้เนื้ออ่อนจากรอบตัดฟันไม้ที่สั้นลง สร้างสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่ยังอนุรักษ์วิถีแห่งวัฒนธรรมไทยอย่างยั่งยืน 

ภาครัฐเองก็ขยับเชื่อมโยงระดับจังหวัดกับประเทศ โดยผู้แทนจังหวัดแพร่ได้รับการแต่งตั้งเป็นส่วนหนึ่งของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนป่าไม้เศรษฐกิจแห่งชาติ เพื่อผลักดันนโยบายและแนวทางพัฒนาให้สอดคล้องระหว่างชุมชนกับยุทธศาสตร์ชาติ

ภาคประชาชนก็มีบทบาทสำคัญ เช่น เครือข่าย “แพร่มูฟ” (Phrae Move) ที่ผลักดันความร่วมมือทุกภาคส่วนอย่างเข้มแข็ง รวบรวมข้อมูลและทำ MOU กับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการป่าไม้และเมืองไม้ยั่งยืน

ปัจจุบัน จังหวัดแพร่กำลังยกระดับจากยุทธศาสตร์ Furniture City สู่การบรรจุวาระ “เมืองไม้ยั่งยืน” ในแผนยุทธศาสตร์จังหวัดปีพ.ศ. 2571–2575 พร้อมพัฒนาแนวคิด “Phrae Sandbox” เป็นพื้นที่ทดลองต้นแบบเมืองไม้ยั่งยืนทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม หากสำเร็จ เป็นโอกาสที่จะขยายแนวทางสู่จังหวัดอื่นในภาคเหนือและทั่วประเทศ


▸ Björn Eliasson, Växjö Linnaeus Science Park

“ป่าไม้ คือจุดเริ่มต้นของห่วงโซ่มูลค่า ซึ่งเป็นสิ่งที่ แพร่ และ Växjö มีอยู่เหมือนกัน”

ภาพรวมเกี่ยวกับเมือง Växjö 

  • ประชากร: ประมาณ 100,000 คน และยังเติบโตต่อเนื่องทุกปี
  • จำนวนธุรกิจกว่า : 16,000 บริษัท 
  • มหาวิทยาลัย: นักศึกษากว่า 45,000 คน เรียนที่ Linnaeus University 
  • ภูมิประเทศ: รายล้อมด้วยป่าไม้ และอุตสาหกรรมไม้ ซึ่งคล้ายกับจังหวัดแพร่
  • การพัฒนา: ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา มีอาคารไม้ขนาดใหญ่เกิดขึ้นจำนวนมากในเมือง

จุดเริ่มต้น 

  • 1970: เริ่มโครงการฟื้นฟูทะเลสาบ (Lake restoration) เดิมน้ำเน่าเสีย ปัจจุบันกลับมาสะอาด และกลายเป็นหัวใจสำคัญของเมือง
  • 1980: เริ่มใช้เศษวัสดุจากป่าเป็นพลังงานความร้อนส่วนกลาง (District heating)
  • 1996 : มีการตั้งเป้าหมายด้าน Climate Goal สำหรับเมือง 
  • 2005 : จัดทำกลยุทธ์เมือง “More Wood in Construction” 
  • 2007: BBC ยกให้ Växjö เป็น “เมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุดในยุโรป” และภาพลักษณ์นี้ยังคงต่อยอดมาจนถึงปัจจุบัน
  • 2013 : จัดทำกลยุทธ์เมือง “Växjö, The Modern Wood City” 
  • 2018 : จัดทำกลยุทธ์เมือง “Växjö Wood Building Strategy” 
  • 2018 : ได้รับรางวัลการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในเมือง European Green Leaf Award (EGLA)
  • 2019 : Sustainability Program Adopted 

เมือง Växjö มีการพัฒนาอย่างค่อยเป็นไปแต่เน้นความต่อเนื่อง ด้วยต้นทุนเดิมที่ตั้งอยู่รายล้อมด้วยป่าและแหล่งอุตสาหกรรมไม้ โรงเลื่อยของสวีเดน เมื่อเทศบาลเห็นโอกาสและยึดมั่นในวิสัยทัศน์ที่การยกระดับเพิ่มมูลค่าไม้สู่อสังหาริมทรัพย์ ทำให้เกิดการใช้ไม้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงสมัยผู้นำ 

โดยกำหนดให้อาคารที่สร้างขึ้นใหม่ในพื้นที่ของเทศบาลจะต้องมาจากวัสดุไม้อย่างน้อยร้อยละ 20 (ในปี 2015) และร้อยละ 50 (ในปี 2020) นอกจากนี้ในพื้นที่ทำเลดี เช่น ริมทะเลสาบ หรือ โรงเรียนอนุบาล สถานีรถไฟ สำนักงานเทศบาล เป็นต้น จะได้รับการส่งเสริมให้สร้างด้วยวัสดุไม้ มีการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ Linnaeus University และภาคธุรกิจใกล้ชิด ผลจากการจัดทำกลยุทธ์นี้ ทำให้ทั้ง Ecosystem เกิดพื้นที่บูรณาการเรียนรู้จริง ได้ลองผิด-ถูก สู่การพัฒนานวัตกรรมอาคารไม้สูงที่มีมาตรฐานสู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการสนับสนุนใช้ทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน 

ปัจจัยความสำเร็จ

1. ความมุ่งมั่นทางการเมือง (Political Commitment)

  • ทุกพรรคการเมืองและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในท้องถิ่นเห็นพ้องร่วมกันว่า
    “การใช้ไม้คือยุทธศาสตร์ที่ดี” และต้องมีการพัฒนาสิ่งแวดล้อมควบคู่ด้วย  
  • ความเป็นเอกภาพด้านยุทธศาสตร์เมืองไม้นี้ยังคงสืบต่อมาจนถึงวันนี้

2. การตั้งเป้าหมายระยะยาว (Long-term Goals)

  • เทศบาลกล้ากำหนดเป้าหมายระยะยาว ติดตามความก้าวหน้าอย่างชัดเจนแม้เปลี่ยนรัฐบาล
  • ทุกอาคารที่สร้างด้วยไม้ 1 แห่ง = 1 ความสำเร็จที่จับต้องได้

3. กลยุทธ์ชัดเจน (Clear Strategy)

  • ปี 2005 ได้มีการเขียน “ยุทธศาสตร์เมืองไม้” อย่างเป็นทางการ เรียบง่าย แต่สำคัญมาก
  • เป้าหมายชัดเจน: 50% ของอาคารใน Växjö ต้องสร้างด้วยไม้และคงยึดถือมากว่า 20 ปี

เกี่ยวกับ Växjö Linnaeus Science Park

Växjö Linnaeus Science Park  คือศูนย์กลางที่เปิดโอกาสให้บริษัทและผู้ประกอบการใน Växjö และพื้นที่ใกล้เคียงได้มาพบปะ แลกเปลี่ยน พัฒนาแนวคิดความรู้ใหม่ ๆ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน มีการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจระบบสนับสนุนนวัตกรรม มหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และสังคมเพื่อประยุกต์ องค์ความรู้และนวัตกรรมให้เป็นการใช้งานจริงที่สร้างประโยชน์ทั้งต่อบริษัทและสังคมเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจในเขตครูโนเบิร์ก (Kronoberg) โดยมี 4 ด้านหลักที่เป็นแกนการทำงาน ได้แก่

  • เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
  • เมืองอัจฉริยะ (Smart City)
  • ป่าไม้และไม้ (Forest & Wood)
  • การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิตัล  (Digitalization)

อ่านข่าว Växjö Linnaeus Science Park กล่าวถึงงานเสวนาสานพลังไทย-สวีเดน ได้ที่: https://vaxjolinnaeussciencepark.se/nyheter/nyhet/2025-08-27-vaxjos-trabyggnation-imponerade-i-thailand


▸ นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

แพร่เศรษฐกิจภายใต้ผืนป่า: Economy under the Forest → Furniture City

  • พื้นที่ป่าไม้ของจังหวัดแพร่ครอบคลุมกว่า 70% ของพื้นที่ ใกล้เคียงกับจังหวัดน่าน แต่กลับมี GDP เพียง 30,000 ล้านบาท จัดเป็นจังหวัดที่ยากจนลำดับ 2 ของภาคเหนือ
  • แม่ฮ่องสอนมีป่าถึง 85% แต่ GDP ต่ำที่สุดในประเทศ ชี้ให้เห็นว่าการ “รักษาป่า” อย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไม่สร้างเศรษฐกิจจากการอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน
  • จึงเกิดแนวคิด “เศรษฐกิจภายใต้ผืนป่า” เพื่อให้การอนุรักษ์และการสร้างรายได้เดินคู่กัน

ที่มายุทธศาสตร์ โครงสร้างพัฒนาเศรษฐกิจแพร่

  • 2 แกนหลัก (Axes): มีแม่น้ำยม และทางรถไฟสายเหนือ เชื่อมเศรษฐกิจภูมิภาค
  • 4 Belts เศรษฐกิจ: โครงข่ายการค้า การท่องเที่ยว วนเกษตร และอุตสาหกรรมไม้
  • 6 Zones พัฒนา: แบ่งพื้นที่รองรับอุตสาหกรรม การแปรรูปไม้ เฟอร์นิเจอร์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

ความท้าทายและการแก้ปัญหา

  • วัตถุดิบไม้: จังหวัดแพร่มีพื้นที่ปลูกสักกว่า 150,000 ไร่ แต่ทุนยังไม่เพียงพอ การนำไม้อายุ 10–15 ปีมาใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ทำให้คุณภาพไม่คงที่
  • นวัตกรรมโรงอบไม้: จังหวัดใช้งบประมาณสร้างโรงอบไม้ไฟฟ้า 34 ตู้ กระจายตามวิสาหกิจชุมชน เพื่อลดปัญหาไม้หดตัว เพิ่มมูลค่าไม้ท้องถิ่น
  • ปัญหามูลค่าไม้: ไม้สักขายได้ในราคาต่ำ (เช่น ขายเก้าอี้ไม้สักแค่ 200 บาท หรือเศษไม้ทำถ่านกก.ละ 70 บาท) ขณะที่ใช้เวลายาวนานกว่าจะโต แม้จะมีศักยภาพต่อยอดสู่สินค้าแบรนด์ระดับโลก

การพัฒนายุทธศาสตร์ “Furniture City”  

  • จ.แพร่ มีการตั้งเป้าเพิ่ม GDP แพร่จาก 5,000 ล้านบาท (2556) สู่ 20,000 ล้านบาท จากอุตสาหกรรมไม้สัก
  • ผลักดันให้แพร่เป็น Furniture City: ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานไม้ครบวงจร
    ตั้งแต่วัตถุดิบ → งานออกแบบ → การแปรรูป → การตลาดและโลจิสติกส์
  • สร้าง สมาคมผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์ไม้จังหวัดแพร่ เพื่อเป็นกลไกความร่วมมือของผู้ประกอบการ
  • ในการพัฒนาจากเมืองแห่งเฟอร์นิเจอร์สู่แพร่เมืองไม้ยั่งยืน “Phrae Wood City” มีความต้องการความร่วมมือจากสวีเดนทั้งด้านเทคโนโลยี ระบบปลูกป่าหมุนเวียน การพัฒนา Supply Chain และมาตรฐานสากล

ปัจจัยสำคัญสู่การขับเคลื่อนสู่เมืองไม้ยั่งยืน จ.แพร่ 

  1. การพัฒนาวัตถุดิบ: เทคโนโลยีป่าไม้ยั่งยืนและการปลูกป่าหมุนเวียน
  2. การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น + งานวิจัย + นวัตกรรมใหม่  เพื่อต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ของแพร่
  3. การสร้างมาตรฐานสินค้าและอุตสาหกรรม: เพื่อรองรับตลาดโลก
  4. Scale-up ธุรกิจ: จากวิสาหกิจชุมชนสู่ผู้ประกอบการมืออาชีพ พร้อมสร้างรายได้ก้าวกระโดด

สถาบันนวัตกรรมป่าไม้และกลไกการศึกษา

  • ปัจจุบัน มีเปิดหลักสูตรใหม่เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจภายใต้ผืนป่า: 
    • หลักสูตรด้านการป่าไม้และการอนุรักษ์ (MOU กับ 8 หน่วยงาน)
    • หลักสูตรอนุปริญญาวิทยาศาสตร์ สาขาการจัดการทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม จัดโดยวิทยาลัยชุมชน
    • หลักสูตรบริหารจัดการป่าชุมชน (ร่วมกับ ม.ราชภัฏอุตรดิตถ์)
    • หลักสูตรรุกขกร → ดูแลต้นไม้ใหญ่ในเขตเมือง ฯลฯ​
  • การฟื้นฟูโรงเรียนป่าไม้: พัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ ณ สถาบันนวัตกรรมป่าไม้ โดยปัจจุบันกำลังจะได้รับการสนับสนุนทุนปรับปรุงบูรณะโครงสร้างกว่า 200 ล้านบาท (โดยคุณบัณฑูร ล่ำซำ ฯลฯ) 

ความหวังและก้าวต่อไปของ จ.แพร่

  • ความร่วมมือไทย-สวีเดนที่ถูกวางรากฐานอย่างเป็นรูปธรรม
  • หากสามารถเชื่อมต่อ Supply Chain ระหว่างแพร่และสวีเดนได้ครบวงจร จะนำไปสู่ Wood City แห่งแรกของไทย ณ จังหวัดแพร่
  • ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย NGO และชุมชน ถือเป็น “จิ๊กซอว์” ที่พร้อมแล้ว รอเพียงการจัดวางให้ราบรื่นและยั่งยืน

แพร่มีต้นทุน “ป่าไม้” และ “ชุมชนเข้มแข็ง” สิ่งที่ต้องพัฒนาคือ เทคโนโลยี การจัดการ Supply Chain และมาตรฐานสากลการต่อยอดด้วยความร่วมมือจากสวีเดนจึงเป็น “โอกาสครั้งประวัติศาสตร์” ที่จะเปลี่ยนแพร่จากจังหวัดรายได้ต่ำ → เป็น “เมืองไม้ยั่งยืนระดับโลก” ปัจจุบัน จ.แพร่มีการพิจารณาระบุเรื่องประเด็นเมืองไม้เข้าสู่ในแผนยุทธศาสตร์จังหวัด 5 ปี และปรับแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ให้สอดคล้องกับพันธกิจหลักนี้


▸ นายเจษฎา พันสถา ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.แพร่

สถานการณ์ป่าไม้และการใช้พื้นที่ในจังหวัดแพร่

  • แพร่มีพื้นที่ป่า 64.8% (2024) แต่ควรมีป่าเพิ่มเพื่อรองรับความต้องการเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม
  • ชาวบ้านสามารถเข้าไปทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าได้ 10% ของป่า
  • พื้นที่ป่าที่หายไปส่วนใหญ่ถูกใช้ปลูกพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งเมื่อถึงหน้าแล้งเกิด ปัญหา PM2.5 จากการเผาป่า

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกและความสำคัญของการฟื้นฟูป่า

  • การศึกษาปี 2562 พบว่า จังหวัดแพร่ปล่อย 1.6 ล้านตันคาร์บอนเทียบเท่า
  • แพร่มีประชากรเพียง 400,000 คน → เฉลี่ย 4 ตันต่อคนต่อปี
  • เพื่อให้เห็นภาพ: 1 ตันคาร์บอนเทียบเท่ากับ ลูกบอลเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 เมตร = คนแพร่ปล่อยคาร์บอนเทียบเท่า 4 ลูกต่อคน หรือรวม 28 ตัน 
  • การเพิ่มพื้นที่ป่าและนำคาร์บอนกลับเข้าสู่ต้นไม้เป็นแนวทางสำคัญในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral)

ศักยภาพและความต้องการไม้ของจังหวัด

  • ปริมาณไม้ที่ปลูกและแปรรูปโดยหน่วยงานรัฐ (ออป.) อยู่ที่ 10,000–20,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี
  • ชาวบ้าน (Private Forest Plantations) ทำได้ 6,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี
  • ปัจจุบันมีไม้ในสต๊อกเพียง 20,000–25,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการ ต้องซื้อไม้จากจังหวัดอื่นในราคาสูง
  • การตั้งโรงงานแปรรูปไม้ต้องได้รับการอนุญาตตามกฎหมาย แต่ Flow การผลิตยังไม่คล่องตัว
  • หากมีการปรับปรุงกฎหมายเพื่อลดขั้นตอนการอนุญาต จะทำให้อุตสาหกรรมไม้มีความคล่องตัวและเกิดประโยชน์เชิงเศรษฐกิจมากขึ้น

การสนับสนุนชาวบ้านและการจัดสรรที่ดิน

  • โครงการคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ให้สิทธิชาวบ้าน 110,000 ไร่ ในจังหวัดแพร่ → สามารถขึ้นทะเบียนเป็นสวนป่าได้ ซึ่งชาวบ้านสามารถปลูกและตัดไม้ขายได้ ทำให้สร้างรายได้พร้อมกับฟื้นฟูป่า
  • การบรรจุโครงการนี้ใน แผนพัฒนาจังหวัด 2571–2575 จะทำให้เกิดโอกาสและพัฒนาเชิงรูปธรรมมากขึ้น

▸นายอัครวัฒน์ ธีรรัฐนิธิคุณ ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.แพร่

กรณีศึกษาภาคการผลิตสู่เมืองไม้ยั่งยืน 

การสร้าง “เมืองไม้ยั่งยืน” ในภาคการผลิตคำนึงถึงการออกแบบสู่ Waste Zero หรือการลดการสูญเสียทรัพยากรไม้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยมีองค์ประกอบหลักดังนี้

1. การออกแบบ 

  • ออกแบบให้ใช้วัสดุน้อยลงแต่ยังคงคุณภาพและฟังก์ชัน
  • ตัวอย่าง: ขาเก้าอี้เดิม 3×3 หรือ 3×4 นิ้ว → หากออกแบบดี ลดการใช้ไม้ลง จะไม่เสียความแข็งแรง
  • คำนึงถึงเฟอร์นิเจอร์หลายฟังก์ชัน เช่น ตู้ที่ปรับใช้ได้หลายแบบ → ประหยัดพื้นที่และคุ้มค่าทรัพยากร

2. เทคโนโลยีแปรรูปไม้ 

  • เดิมใช้กบ Manual ไสหน้าเดียว ใช้เวลานาน (2 นาที) เสียไม้ปริมาณมาก
  • ปัจจุบัน: เครื่องไส 4 หน้า ใช้เวลาเพียง 10 วินาที ลดเศษไม้ลงชัดเจน
  • การพัฒนาใบเลื่อยและเทคนิคการไส ให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์ → เพิ่มประสิทธิภาพ ลดการสูญเสีย

3. การจัดการความชื้นและคุณภาพ 

  • ไม้หลังแปรรูปมีความชื้น ~ 40% หากไม่อบ → เสี่ยงแตก บิดงอ
  • การอบด้วยเตาอบไฟฟ้า หรือเชื้อเพลิงจากเศษไม้ → ควบคุมความชื้น คงรูป เพิ่มคุณภาพ และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

4. ความร่วมมือและมาตรฐาน

  • ผู้ประกอบการต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้สินค้าได้มาตรฐานเดียวกัน
  • การยึดแนวทาง BCG (Bio-Circular-Green Economy) ทำให้การผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน

5. ปัจจัยเอื้ออำนวย

  • กฎหมายและนโยบาย: ต้องสนับสนุน ไม่สร้างขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน
  • เทคโนโลยีเหมาะสม: การไส ตัด ซอย อบไม้ → ลดเศษไม้ เพิ่มมูลค่า
  • โครงสร้างพื้นฐานการผลิต: อัปเกรดเครื่องจักร เพิ่มกำลังการผลิต และลดการสูญเสีย

▸ นางสาวปวีณา ถือคำ เจ้าของกิจการ Prebuilt Asia และสหกรณ์บริการผลิตภัณฑ์ไม้น้ำชำ-หัวฝาย 

กรณีศึกษา: ปลายน้ำ การออกแบบโครงสร้างวิศวกรรมไม้โดยผู้ประกอบการรายย่อย ที่พัฒนากับชุมชนสหกรณ์จังหวัดแพร่ 

ความท้าทาย:

  • การเข้าถึงไม้เนื้อแข็งอื่น ๆ ที่ยังมีข้อจำกัดทางกฎหมายและการตลาด
  • การลดรอบตัดไม้สักของ ออป. จาก 30 ปี เหลือ 25 ปี ไม้มีเนื้ออ่อน  ไม่เหมาะเป็นโครงสร้างหลัก 
  • เพื่อตอบโจทย์การใช้ไม้สักอายุรอบตัดที่สั้นลง จึงพึ่งพาวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพไม้ ไม่เช่นนั้นไม้สักอายุสั้นจะถูกใช้เพียงงานเฟอร์นิเจอร์เสี่ยงคุณภาพต่ำ → สูญเสียโอกาสด้านสถาปัตยกรรม
  • ออกแบบเริ่มจากการพัฒนาบ้าน Knock down ระบบเสา-คานถอดประกอบ ที่เสียบ Cross กันได้ เพื่อยกระดับไม้สักอายุสั้นสู่โครงสร้างอาคาร

ปรัชญาการออกแบบ:

  • ไม่หยุดแค่บ้านถอดประกอบแต่ขยายสู่บ้านไม้ร่วมสมัย (Contemporary Wood Architecture)ใช้ไม้ในฐานะวัสดุสร้างคุณค่าทางสังคมและวัฒนธรรม สร้าง “วิถีอยู่ร่วมกับไม้”
  • ไม่จบแค่ที่งานกระดาษ : ทำงานครบวงจร: ตั้งแต่การดีไซน์ → งานวิจัยโครงสร้าง → ทดลองก่อสร้างจริง → ถ่ายทอดต่อผ่านเวทีเสวนา

ผลงานเด่น:

  • บ้านไม้เชตวันใช้ไม้สักจากจังหวัดแพร่ สื่อสารแนวคิดการอยู่อาศัยร่วมสมัย
  • บ้านช่อแฮ ถอดองค์ความรู้บรรพบุรุษ (เข้าเดือย–สลักไม้) มาปรับดีไซน์ให้เข้ากับชีวิตปัจจุบัน

ความร่วมมือ:

  • บริษัทมีการเชื่อมการทำงานกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.เชียงใหม่ และหน่วยงานวิชาการด้านวิศวกรรมไม้ เพื่อใช้งานวิจัยมาทดลองจริง และถ่ายทอดกลับสู่วงการวิชาการและผู้ประกอบการท้องถิ่น

หัวใจของงานไม้ไทยอยู่ที่ สถาปัตยกรรมไม้ ที่สะท้อนรากเหง้าทางวัฒนธรรม การสร้าง “ค่านิยมอยู่อาศัยในบ้านไม้” เป็นก้าวสำคัญ “แม้ไทยยังไม่มีอาคารสูงแบบสวีเดน อย่างน้อยในชีวิตประจำวันเรา การเป็นอยู่ ได้ใช้เฟอร์นิเจอร์ สถาปัตยกรรมไม้แล้วหรือยัง”


▸ นายพงศธร กันทะวงค์ อาจารย์ประจำหลักสูตรวิทยาลัยชุมชนแพร่และผู้ประสานงาน TCDC แพร่

จุดเริ่มต้น

  • ปี 2556 : แพร่เริ่มวางยุทธศาสตร์ “Furniture City Phrae”
  • วันนี้ ยุทธศาสตร์ยังคงเดินหน้า และเริ่มเห็นผลลัพธ์เป็นรูปธรรม ซึ่งประเทศไทยกำลังจะมีศูนย์กลางการสร้างสรรค์และออกแบบที่มุ่งด้านวัสดุจากไม้โดยเฉพาะ ณ จ.แพร่

ความสำเร็จที่เกิดขึ้น

  • เกิด TCDC แพร่ : สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์กำลังจะเกิดขึ้นที่เมืองรองต่างๆ (เสริมจาก กรุงเทพ เชียงใหม่ ขอนแก่น) โดยที่ TCDC แพร่ กำหนดจะเปิดช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026 พร้อมนิทรรศการ เวทีกลาง และพื้นที่เจรจาธุรกิจ เป็นผลลัพธ์ตรงจากยุทธศาสตร์ และสอดคล้องกับนโยบายชาติด้าน Soft Power
  • MOU 5 ปี : สร้างโอกาสเชื่อมโยงธุรกิจกับผู้ประกอบการ โดยมี “Forest Lab” เป็นแกนยุทธศาสตร์ สร้างคุณค่าอุตสาหกรรมไม้ตั้งแต่ต้นทาง เสริมทักษะผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้ รวมถึงการสร้างฐานข้อมูลมรดกสถาปัตยกรรมและเฟอร์นิเจอร์ไม้ของไทย เพิ่มทักษะการสร้าง อนุรักษ์และต่อยอด 
  • ห้องสมุดวัสดุศาสตร์ (Material Library) : เชื่อมความรู้จากต่างประเทศ (เช่น สแกนดิเนเวีย) สู่แพร่ → นักออกแบบสามารถเข้าถึงวัสดุ คำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์และต่อยอดการผลิต

กลไกการขับเคลื่อนแพร่สู่เมืองไม้ยั่งยืน

  • จัดทำคาร์บอนเครดิต : พัฒนากลไกเชื่อมการดูแลป่า ช่างไม้ และการออกแบบวัสดุ
  • ฟื้นทักษะช่างไม้ บ้านเก่า : ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สอดคล้องกับความต้องการใหม่
  • ดีไซน์ Knock Down : จากภูมิปัญญาร้อยปี สู่เฟอร์นิเจอร์พับเก็บได้ เพิ่มฟังก์ชัน ต่อยอดสู่ตลาดจริง โดยที่ จ.แพร่ เคยได้รับรางวัล Demark of Thailand : การันตีคุณภาพและ Soft Power ของงานไม้แพร่
  • เชื่อมดีไซเนอร์สากล : เปิดโอกาสนักออกแบบต่างชาติ เช่นสวีเดนเชื่อมการทำงานกับช่างไม้ท้องถิ่น
  • สร้างแพลตฟอร์มตลาดนักออกแบบ : เปิดเวทีระดับจังหวัด ให้แพร่เป็นจุดหมายใหม่

ปัจจุบันวิทยาลัยชุมชนแพร่ ได้พัฒนาหลักสูตรช่างไม้ใหม่ หลังสะสมประสบการณ์มากว่า 20 ปี → สร้างแรงงานและผู้เชี่ยวชาญรุ่นใหม่ เพื่อรองรับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เมืองที่ปากท้องเคยอยู่กับไม้มา 200 ปี กำลังจะก้าวไปสู่ทิศทางใด
“ก้าวสำคัญ คือ ก้าววันนี้ สะเทือนถึงสวีเดน”


▸ ดร.ศักดิ์ณรงค์ มงคล นักกฏหมาย กรรมการเมืองไม้ยั่งยืนแพร่ (PhraeMove) 

ปัญหาและโจทย์ใหญ่ของแพร่

  • แพร่มีทรัพยากรป่าไม้อุดมสมบูรณ์ แต่การบริหารยังแยกส่วน 
  • งบประมาณเป็นชั้น ๆ ทำให้ รัฐ–เอกชน–ประชาสังคม ไม่เชื่อมต่อกัน
  • ความท้าทายคือ จะรวมพลังทุกภาคส่วนให้เดินไปด้วยกันได้อย่างไร

แนวทางสู่คำตอบ

  1. กระจายประโยชน์ป่าไม้อย่างเป็นธรรม → ทุกฝ่ายได้ส่วนแบ่ง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
  2. ใช้และรักษาไปพร้อมกัน → จัดการทรัพยากรหมุนเวียน สร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น
  3. ยกระดับคุณภาพชีวิต → ให้ชาวบ้าน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้ประโยชน์จริงและยั่งยืน

วิสัยทัศน์ร่วมของคนแพร่

  • แพร่ = เมืองไม้ยั่งยืนระดับโลก
  • เมืองแห่งนวัตกรรมการจัดการป่าไม้และทรัพยากรสำคัญ ด้วยการบูรณาการของทุกฝ่าย

EES แกนขับเคลื่อน 3 ด้าน 

  • E – Economic : เศรษฐกิจหมุนเวียน กระจายรายได้ทั้งห่วงโซ่อุปทาน และเชื่อมโยงระดับภูมิภาค–โลก
  • E – Environment : รักษาสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์กับการอนุรักษ์
  • S – Society & Culture : วัฒนธรรมและการมีส่วนร่วมของชุมชน รากฐานการพัฒนา

ภารกิจเร่งด่วน

  • วิจัยและองค์ความรู้ → ทดลอง (Sandbox) 
  • ผลักดันร่าง พ.ร.บ. เขตเศรษฐกิจไม้จังหวัดแพร่ โดยภาคประชาชน
  • จัดตั้งสภาพลเมือง เพื่อให้การพัฒนาไม่หลุดมือประชาชน
  • สร้างธรรมนูญแพร่เมืองไม้ยั่งยืน : ข้อตกลงร่วมในการจัดการเมืองและทรัพยากร

สิ่งที่จะผลักดันต่อไป

  • ผลักดันการแก้ไขปัญหาทางกฎหมายและนโยบายที่เป็นอุปสรรค ให้เกิดการสนับสนุนส่งเสริมตลอดต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำของเศรษฐกิจไม้ เพื่อให้ผู้ปลูก ผู้แปรรูป แรงงาน ผู้จำหน่าย ฯลฯ ยืนอยู่ได้ดีขึ้น
  • พัฒนาระบบข้อมูลในมิติต่างๆ ที่จำเป็นต่อการใช้ประโยชน์ ฯลฯ
  • แพร่มูฟพร้อมเป็นประตูสู่การร่วมมือ เชิญทุกภาคส่วนมาร่วมเป็นหุ้นส่วน (Partnership) เพื่อสร้างแพร่ให้เป็นเมืองไม้ยั่งยืนที่แท้จริง โดยปัจจุบันมีความร่วมมือ MOU กับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.แพร่ เพื่อรวบรวมข้อมูลภาคการป่าไม้จ.แพร่ สู่การนำเสนอเชิงนโยบาย 

🤝 “แพร่” กำลังพิสูจน์ว่า เมืองที่อยู่กับป่า… ก็เติบโตคู่กันได้ 🌳 เร่งพัฒนาโมเดล ตัดไม้ได้ป่า และไม้เปลี่ยนเมือง ด้วยความร่วมมือแบบองคาพยพทั้งในระดับจังหวัด ประเทศ และ ระหว่างประเทศไทย-สวีเดน

📌 ติดตามสรุปและความเคลื่อนไหวด้านนวัตกรรมไทย–นอร์ดิก สู่ความยั่งยืน
👉 Facebook: TNIU Thailand and Nordic Countries Innovation Unit
👉 เว็บไซต์: https://tniu-rte.org/

Discover more from Welcome to TNIU

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading