🌿 Impact! จากการเข้าร่วมโครงการ LoCoFoRest

🎉 1 ปีแห่งการเรียนรู้และการเติบโต

🚀5 Impact ที่เกิดขึ้นจากการเข้าร่วมโครงการ LoCoFoRest 🌳🇸🇪🇹🇭

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา TNIU Thailand and Nordic Countries Innovation Unit ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ LoCoFoRest (Locally-led Controlled Forest Restoration) ซึ่งเป็นโครงการอบรมด้านบริหารจัดการป่าไม้ยั่งยืนจากประเทศสวีเดนที่ส่งเสริมการขับเคลื่อนด้วยพลังชุมชนท้องถิ่น

(วิดิโอ LoCoFoRest – Thailand (CR4) – จัดทำโดย TNIU)

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ระดับท้องถิ่น ซึ่งทางทีมผู้เข้าร่วมโครงการจากประเทศไทยได้เล็งเห็น ‘จังหวัดแพร่’ เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมป่าไม้เศรษฐกิจครบวงจร มีชื่อเสียงในการเป็นไม้สักมีค่าและเฟอร์นิเจอร์ไม้คุณภาพ รวมทั้งชุมชนแข็งแกร่ง ภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา พร้อมก้าวสู่การสร้าง ‘เมืองไม้ยั่งยืน’ ต้นแบบของประเทศไทยสู่การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ‘Sustainable Wood City’ กับนานาชาติ จึงได้เลือกพื้นที่จังหวัดแพร่เป็นพื้นที่ดำเนินโครงการ

โดยทาง TNIU และผู้เข้าร่วมโครงการจากประเทศไทย ได้เริ่มประสานและลงพื้นที่ในจังหวัดแพร่มาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2567 เพื่อศึกษาพื้นที่ จัดการประชุมและเสวนาต่างๆ ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในจังหวัดเพื่อพัฒนาโครงการ “Phrae Sustainable Wood City” อย่างต่อเนื่อง (ติดตามอ่านกระบวนการได้ที่: คลิก)

และเมื่อวันที่ 12-18 มกราคม 2025 คณะผู้เชี่ยวชาญสวีเดนจากหน่วยงาน Swedish Forest Agency (SFA), Stockholm International Water Institute (SIWI) และ Eco-Innovation Foundation (EIF) รวมทั้งผู้ชำนาญการด้านป่าไม้นานาชาติจาก 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย, ลาว, เวียดนาม, เนปาล, และเอธิโอเปีย กว่า 60 คน ได้เดินทางมาที่ประเทศไทย ณ สวนป่าเขากระยาง จ.พิษณุโลก บึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ รวมถึงจุดไฮไลท์สำคัญ ณ จังหวัดแพร่ เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการป่าไม้และระบบนิเวศในประเทศไทย รวมถึงสรุปความก้าวหน้าของโครงการ พัฒนาโมเดลเมืองแพร่-เมืองไม้ยั่งยืน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้ผืนป่า (Forest-based Economy) ซึ่งเน้นการมีส่วนรวมครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ในส่วนของกลุ่มผู้เข้าร่วม LoCoFoRest (ทีมประเทศไทย) ประกอบด้วย TNIU Thailand and Nordic Countries Innovation Unit, องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) และ ทสจ. จังหวัดสระแก้ว ร่วมกับเครือข่ายหน่วยงานภาคีจังหวัดแพร่ ได้มีการนำเสนอโครงการเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง (Change Project) และจัดกิจกรรมเวิร์กชอประดมสมองระหว่างผู้เชี่ยวชาญนานาชาติและคณะผู้ขับเคลื่อนป่าไม้ยั่งยืนในจังหวัดแพร่ ซึ่งการมาเยือนครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่ จ.แพร่เคยมีมา

นอกจากนี้ทางคณะได้ลงพื้นที่ศึกษา:

🌳 ประวัติศาสตร์การป่าไม้ไทย สถานการณ์ปัจจุบันและทิศทางการพัฒนาป่าไม้เมืองแพร่ในอนาคต

ณ ศูนย์เรียนรู้การป่าไม้ บ้านเขียว สวนรุกขชาติเชตวัน ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นอาคารประวัติศาสตร์ สำนักงานบอมเบย์เบอร์มาร์ บริษัทสัมปทานไม้แห่งใหญ่จากประเทศอังกฤษ ต่อมาเป็นสำนักงานป่าไม้ภาคแพร่ สังกัดกรมป่าไม้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2444 ที่แห่งนี้จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองด้านอุตสาหกรรมป่าไม้ ณ จังหวัดแพร่ ตั้งอยู่ข้างริมแม่น้ำยม จุดสำคัญในการล่องไม้ซุงตามแม่น้ำ ทว่ามีการรื้อถอนทิ้งไป ปัจจุบันได้มีการปฏิสังขรณ์จากการมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของสมาคมสถาปนิก กรมศิลปากร ชุมชนและหน่วยงานภาครัฐต่างๆ เพื่ออนุรักษ์สร้างอาคารนี้กลับคืนมาจนแล้วเสร็จในปี 2567 โดยการเยือนของคณะ LoCoFoRest ครั้งนี้เป็นโอกาสดี เพราะเป็นครั้งแรกที่มีการเปิดนิทรรศการประวัติศาสตร์ป่าไม้ไทยอย่างเป็นทางการ

โดยนายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้ร่วมกล่าวเปิดงาน และกล่าวว่า จ. แพร่มีพื้นที่ป่าธรรมชาติมากเป็นอันดับ 5 ของประเทศ มีไม้สักท้องถิ่นคุณภาพที่เหมาะแก่การจัดตั้งอุตสาหกรรม ชุมชนสามารถผลิต แปรรูป และจำหน่ายครบวงจรได้โดยไม่พึ่งพาระบบราชการ นับเป็นสัดส่วนรายได้ที่สูงมากในจังหวัดแพร่ แต่ท่ามกลางความนิยมไม้ที่ลดลงประกอบกับพื้นที่ป่าถูกแทนที่ด้วยการทำการเกษตร ซึ่งถึงเวลาที่ต้องชวนคิดคุยสถานการณ์ปัจจุบัน และจะขับเคลื่อนทิศทางในอนาคตอย่างไร โดยทีม LoCoFoRest ประเทศไทย ร่วมกับ Phrae Move ได้จัดทำบอร์ดนิทรรศการเกี่ยวกับโอกาสการพัฒนาเมืองแพร่สู่เมืองไม้ยั่งยืน หน่วยงานที่มีส่วนขับเคลื่อน รวมถึงวิถีชีวิตใหม่ที่คนรุ่นใหม่ต้องสืบสานต่อไป ซึ่งบอร์ดนี้ได้เป็นส่วนหนึ่งในนิทรรศการ ณ บ้านเขียวด้วยเช่นกัน บริเวณรอบบ้านเขียว มีสวนรุกขชาติที่สวยงามรวบรวมพรรณไม้ท้องถิ่นของภาคเหนือและจังหวัดแพร่ เปิดให้ผู้คนที่สนใจได้มาผ่อนคลาย และศึกษาธรรมชาติ ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้ได้เป็นสถานที่หล่อเลี้ยงหัวใจชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวศึกษาด้านการป่าไม้ ฟังดนตรีในสวน พื้นที่ผสานวิถีชุมชนกับป่าเข้าสู่กัน (ติดตามกิจกรรมที่จะจัดขึ้น ณ บ้านเขียวเร็วๆ นี้)


🌳เทคนิคการปลูกสวนป่ายั่งยืน และ เทคโนโลยีการผลิต Glulam จากไม้สัก

ณ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) อ.ร้องกวางจังหวัดแพร่ มีการรับรองไม้ที่ได้มาตรฐาน Forest Stewardship Certification (FSC) โดยเน้นเรื่องเทคนิคการตัดขยายระยะ (Thinning) เพื่อเปิดพื้นที่ให้ต้นสักโตได้เต็มที่และมีคุณภาพ ซึ่งไม้สักประเทศไทยจะมีรอบตัดฟัน 30 ปีขึ้นไป นับว่าเร็วกว่าการเติบโตของต้นไม้แถบเมืองหนาวอย่างสวีเดนมากด้วยสภาพภูมิอากาศและแสงแดด

ทั้งนี้การปลูกสวนป่าเชิงเดี่ยว เกิดความท้าทายทั้งการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ และสำหรับเกษตรกรรายย่อยนั้นหมายถึงการที่ต้องรอผลตอบแทนในระยะยาวซึ่งทำให้ขาดแรงจูงใจในการปลูกป่า ทางออป. จึงเริ่มมีการปลูกแบบวนเกษตรมากยิ่งขึ้น (ปลูกผสมกับพืชเศรษฐกิจ) เพื่อเพิ่มช่องทางรายได้ให้กับภาคชุมชนการเกษตร เช่น ข้าวโพดสลับต้นสัก ทั้งนี้ต้องรอดูผลด้านคุณภาพของไม้ การปลูกพืชเชิงเดี่ยวและภาวะโลกร้อนยังมีส่วนทำให้เกิดปัญหาโรคหรือศัตรูพืช เช่น การระบาดของหนอนใบสัก ที่เจาะไม้สักจนเสียคุณภาพเกิดเป็นรู ยากต่อการนำไปขายเป็นเฟอร์นิเจอร์ชั้นดี   

ทางออป. ปัจจุบันจึงมีการริเริ่มนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าไม้สักที่เสียสภาพหรือไม้สักตัดสางขยายระยะขนาดเล็กสู่การพัฒนาเทคโนโลยีไม้ประสานกาว (Glulaminated Timber) เพิ่มความแข็งแกร่ง เพื่อนำไปพัฒนาสร้างเป็นชิ้นส่วนอาคารไม้ ซึ่งนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาร่วมกับบริษัทเอกชน เตรียมความพร้อมรองรับตลาดความต้องการในอุตสาหกรรมการก่อสร้างอาคารไม้ของประเทศไทยในอนาคต


🌳การปลูกฝังเยาวชนไทย และความร่วมมือในชุมชน

ณ ป่าชุมชนหน้าวัดแพร่แสงเทียน พื้นที่กว่า 164 ไร่ ณ อ.ร้องกวาง จังหวัดแพร่ คือป่า…ที่มากกว่าป่า เพราะได้ผสานหัวใจเด็ก ชุมชน ธรรมะ เป็นหนึ่งเดียว พื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพิ่มคุณค่าประโยชน์จากระบบนิเวศและมูลค่าทางใจ มรดกทางวัฒนธรรมที่ประเมินออกมาไม่ได้ แต่ส่งต่อถึงลูกหลานรุ่นหลังได้

โดยผู้เชี่ยวชาญสวีเดนได้ร่วมจัดกิจกรรมแบ่งฐานเพื่อส่งเสริมความเข้าใจด้าน: 
1. ความร่วมมือระหว่างรัฐ-เอกชน-การศึกษา-และสังคม สู่การพัฒนาป่าชุมชน
2.การเพิ่มศักยภาพการใช้ประโยชน์-เทคนิคปลูกไม้สัก เพื่อเพิ่มมูลค่าการใช้พื้นที่ป่าและรายได้ให้กับชุมชน
3.การมองโอกาสจากระบบนิเวศอย่างครบวงจร สร้างความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สามารถติดตามรับชมบรรยากาศกิจกรรมได้ที่ : คลิก


🌳ผนึกกำลังร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและผู้ประกอบการ

(วิทยาลัยชุมชนแพร่ และสมาคมผู้ประกอบการค้าไม้แพร่) ณ ดีเอ็มเฟอร์นิเจอร์

จังหวัดแพร่ มีผู้ประกอบการค้าไม้เฟอร์นิเจอร์รายย่อยกว่า 1,500 ราย จะทำอย่างไรให้สินค้ามีมูลค่าและคุณภาพตอบโจทย์ความต้องการตลาด

ตัวอย่างการทำงานระหว่างภาคการศึกษา กับ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ค้าเฟอร์นิเจอร์หัวดง ตำบลดอนมูลเช่นโปรเจค บุญ-แชร์ เก้าอี้สูงวัย ใช้ไม้สักจากสวนป่าเศรษฐกิจจากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เขตแพร่ทั้งหมด โดยมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ค้าเฟอร์นิเจอร์หัวดง ตำบลดอนมูล วิสาหกิจงานไม้บ้านดอนมูล วิสาหกิจเทคโนโลยีงานไม้จังหวัดแพร่ และ ศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้ามาร่วมในการพัฒนารูปแบบเฟอร์นิเจอร์สำหรับผู้สูงวัยกันอย่างจริงจัง ก่อนส่งต่อไปให้ผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์ในชุมชนได้ผลิตและจัดจำหน่าย

เร็วๆ นี้ วิทยาลัยชุมชนแพร่ มีหลักสูตรอนุปริญญาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม ร่วมสนับสนุนโดยกรมป่าไม้ ซึ่งมีความสนใจสร้างความร่วมมือกับโครงการอบรม LoCoFoRest  จากสวีเดนในอนาคต


🌳การบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ณ บึงบอระเพ็ด จ. นครสวรรค์

บึงบอระเพ็ดเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ และเป็นบึงน้ำจืดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีความหลากหลายทางชีวภาพทางด้านพรรณพืช สัตว์น้ำ และสัตว์ป่า โดยเป็นบ้านของนกกว่า 1 ใน 3 ของสายพันธุ์ที่มีอยู่ในประเทศไทยและจระเข้สายพันธ์น้ำจืด ทั้งนี้จากเดิมมีความขัดแย้งผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างชุมชนที่อาศัยโดยรอบบึงในการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และสถาบันการศึกษา ประกอบด้วยเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด สถานีประมงจังหวัดนครสวรรค์ ธนารักษ์พื้นที่นครสวรรค์ โครงการชลประทานนครสวรรค์ และมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ จึงเข้ามาบริหารจัดการโดยการแบ่งเขตบึงเป็นพื้นที่ “ให้ หวง ห้าม” เพื่อกำหนดกติกาให้ชุมชนได้ใช้พื้นที่รอบบึงบอระเพ็ดในการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน จนได้รับรางวัลต้นแบบของประเทศไทย

ตัวอย่างด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ดีโดยความร่วมมือของชุมชนที่อาศัยอยู่รอบบึง ซึ่งผสมผสานงานอนุรักษ์ไปพร้อมกับสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ชุมชนโดยรอบตลอดทั้งปีตามสภาพของระดับน้ำในโซนต่างๆ ผ่านการทำนาเปียกสลับแห้ง การท่องเที่ยว การประมงและแปรรูปผลผลิตท้องถิ่น รวมถึงการผลิตปุ๋ยจากวัชพืชในน้ำ

สามารถรับชมคลิปการบริหารจัดการบึงบอระเพ็ดได้ที่: คลิก


🚀5 Impact ที่เกิดขึ้นจากโครงการ LoCoFoRest 🌳🇸🇪🇹🇭

1.Connect From Global to Local – เชื่อมองค์ความรู้ความเป็นเลิศจากระดับสากลสู่ท้องถิ่น

การประชุมระดมสมองร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจาก 5 ประเทศครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่จังหวัดแพร่มีการจัดการประชุมระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในด้านป่าไม้ 🌍🤝 ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สู่เศรษฐกิจสีเขียว

โดยสวีเดน ผู้นำด้านการบริหารจัดการป่าไม้ยั่งยืน สามารถเพิ่มฟื้นฟูพื้นที่ป่าจาก 30% สู่ 70% ได้ภายในระยะเวลาร้อยปี ขณะเดียวกันมีอุตสาหกรรมส่งออกผลิตภัณฑ์จากไม้ เยื่อกระดาษ ติด 5 อันดับแรกของโลก มีการพัฒนานวัตกรรมมากมาย รวมถึงการก่อสร้างอาคารสูงด้วยไม้ เพื่อทดแทนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอุตสาหกรรมคอนกรีต และแนวคิดการพัฒนาเมืองเป็น Bio-based / Wood City นี้เองเป็นกลไกตลาดนำที่จะช่วยขับเคลื่อนการบริหารจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยผู้เชี่ยวชาญชาวสวีเดนได้เปิดมุมมองความเป็นไปได้ใหม่ สู่จังหวัดแพร่ ในฐานะเมืองแห่งไม้สัก / Furniture City ของประเทศไทย จะทำอย่างไรเพื่อดึงจุดแข็งที่มีอยู่นี้ สู่การสร้าง ‘Phrae Sustainable Wood City’ ซึ่งในปัจจุบันอยู่ระหว่างการหารือโอกาสการพัฒนาหลักสูตรโครงการพัฒนาศักยภาพ (Capacity Building) ร่วมกันต่อไป 

2. Unite key stakeholders รวมพลังหน่วยงานและชุมชน

จากโครงการ LoCoFoRest – Change Project มีหน่วยงานให้ความสนใจเข้าร่วมการประชุม / Workshop ทั้งสิ้นกว่า 60 หน่วยงาน จากทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน และสถาบันการศึกษา นับเป็นการผนึกกำลังร่วมมือแบบจตุรภาคี (Quadrupple Helix) ที่จะส่งเสริมให้เกิดการทำงานครอบคลุมทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ

โดยปัจจุบันจังหวัดแพร่ ได้จัดตั้ง คณะกรรมการป่าไม้ยั่งยืน (Phrae Wood City Committee) เป็นที่เรียบร้อย โดยมีหน่วยงานหลักกว่า 26 หน่วยงาน เพื่อเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูล และขับเคลื่อนพัฒนายุทธศาสตร์เมืองไม้ยั่งยืนอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่องผลจากความร่วมมือทุกภาคส่วนและการนำเสนอ Change Project ณ จังหวัดแพร่ ทางสวีเดนยินดีต่อยอดให้การสนับสนุนด้านการพัฒนา เมืองไม้เศรษฐกิจ จังหวัดแพร่ โดยเริ่มจากการเชิญคณะกรรมการป่าไม้ยั่งยืนจังหวัดแพร่มาศึกษาดูงานที่ประเทศสวีเดนในปีนี้ และร่วมผลักดันการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ไทย-สวีเดนในอนาคต 🌍

3. Ignite Innovation – จุดประกายนวัตกรรม

นวัตกรรมใหม่ที่เกิดขึ้นจากการอบรวมภายใต้โครงการ LoCoFoRest ได้แก่ 

3.1.นวัตกรรมการเพิ่มมูลค่าจากเศษไม้ : โดยทางองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) ได้ใช้ชิ้นส่วนไม้สักที่ได้รับผลกระทบจากการเจาะรูของหนอนใบสักและไม้ตัดสางขยายระยะ (Thinning) สู่การพัฒนาเป็นรวมแผ่นเป็นไม้ผสานอัดกาว (Glulam) เพื่อนำไปสู่การพัฒนาแผ่นไม้โครงสร้างอาคารสูงภายนอกต่อไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบพัฒนาร่วมบริษัทเอกชน 

3.2.นวัตกรรมเชิงการพัฒนาระบบใหม่ (System Change) : โดยไม่ลืมรากแห่งประวัติศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านจากระบบอุตสาหกรรมเดิมที่เน้นเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก สู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ วิสัยทัศน์สู่เมืองไม้ยั่งยืน โดยมุ่งพัฒนาจ.แพร่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ Sandbox ที่มองการเปลี่ยนแปลงให้ครบทั้งองคาพยพ และเน้นการมีส่วนร่วมงเครือข่ายนานาชาติ ประเทศไทย และจังหวัดแพร่

4.Promote Thailand Soft Power ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนและประเทศไทย

เปิดพื้นที่สำหรับ การท่องเที่ยวชุมชน การแนะนำเสน่ห์ของอาหารภาคเหนือของไทย ความเป็นมิตร งานฝีมือ ความคิดสร้างสรรค์และวัฒนธรรมต่างๆของไทยที่สอดแทรกอยู่ในทุกองค์ประกอบ รวมถึงผู้เข้าร่วมนานาชาติได้มีโอกาสแต่งชุดไทย สร้างความประทับใจ และสีสันรอยยิ้มให้กับผู้เข้าร่วมโครงการนานาชาติอย่างไม่รู้ลืม 🇹🇭

5. Drive Toward Sustainability การพัฒนาสู่ความยั่งยืน

สุดท้ายนี้ ผลจากการริเริ่มความร่วมมือพัฒนาเมืองไม้ยั่งยืน ผลประโยชน์สามารถต่อยอดขยายได้หลากหลายมิติ ทั้งชุมชนมีกำลังใจเข้มแข็งพัฒนา เมืองก้าวหน้าเปิดช่องทางโอกาสเศรษฐกิจภายใต้ผืนป่ารูปแบบใหม่ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับการบริหารดูแลยั่งยืนสู่รุ่นต่อไป และที่สำคัญ การมุ่งสู่เป้าหมายเพื่อลดด้านการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่ไทยตั้งเป้าจะไปสู่ Carbon neutralityในปี 2050 และ Net-zero ในปี 2065 เรามีเวลาไม่มากแล้ว 🌎💚

ขอบคุณทุกๆหน่วยงาน วิทยากร ผู้เชี่ยวชาญนานาชาติและไทย ที่ร่วมมือและช่วยให้เกิด Impact ครั้งนี้ TNIU พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งเดินหน้าต่อไปเพื่อส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือนวัตกรรมไทย-นอร์ดิกสู่ความยั่งยืนอย่างเข้มแข็งในอนาคต! ✨


อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่: 👉Thansettakij
For English: 👉Nation Thailand


🔗 ติดตามกิจกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศสวีเดนและจังหวัดแพร่ได้เร็วๆนี้
Facebook: TNIU Thailand and Nordic Countries Innovation Unit
Website: www.tniu-rte.org

🔗ติดตาม Page : Phrae Wood City : https://www.facebook.com/profile.php?id=61571727941830

#LoCoFoRest #SustainableDevelopment #Impact #TNIU #PhraeSustainableWoodCity #GreenInnovation #ThaiSwedenCollaboration #ForestManagement #SustainableTourism #FutureOfForests

Discover more from Welcome to TNIU

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading