ไทย-สวีเดน ผนึกกำลังนำร่อง Roadmap “Phrae Sustainable Wood City” กับโครงการ LoCoFoRest 2024

จุดเริ่มต้นความร่วมมือไทย-สวีเดน สร้างโมเดลต้นแบบ Roadmap เมืองแพร่-เมืองไม้ยั่งยืนแห่งประเทศไทย ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567 ณ โรงแรมแพร่นครา จ.แพร่ 

นายอนุวัช วงศ์วรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ เป็นประธานการประชุมเชิงปฎิบัติการเพื่อหารือและความร่วมมือกับโครงการ “LoCoFoRest” และกล่าวต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมกว่า 50  คนจากประเทศสวีเดน, ประเทศลาว และประเทศไทยประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดแพร่

โดยโครงการ ‘LoCoFoRest’ (Locally Controlled Forest Restoration) เป็นโครงการฝึกอบรมด้านการบริหารจัดการป่าไม้-เมืองยั่งยืนด้วยพลังชุมชนจากประเทศสวีเดน สนับสนุนโดยหน่วยงาน The Swedish International Development Cooperation Agency (SIDA) และผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน Skogsstyrelsen (Swedish Forest Agency), Eco-Innovation Foundation (EIF), และ Stockholm International Water Institute (SIWI)

ในปีนี้ผู้เข้าร่วมโครงการ LoCoFoRest จากประเทศไทยประกอบด้วยตัวแทนจาก Thailand and Nordic Countries Innovation Unit (TNIU), องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.), และ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระแก้ว (ทสจ.สระแก้ว) ได้เล็งเห็นถึงความโดดเด่นของระบบอุตสาหกรรมไม้ในจังหวัดแพร่ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเปลี่ยนผ่านเป้าหมายสังคมคาร์บอนต่ำด้วยการก่อสร้างเมืองและอาคารด้วยวัสดุไม้ วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน จึงได้เลือกจังหวัดแพร่เป็นพื้นที่นำร่องซึ่งมีศักยภาพจะเป็นต้นแบบของประเทศไทยต่อไป

ภายในงานมีทั้งการเสวนาและการนำเสนอความคิดเห็นจากหลายภาคส่วนทั้งไทยและสวีเดน ซึ่งจากการหารือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ (อบจ.แพร่) รับเป็นเจ้าภาพผลักดันร่วมกับคณะทีม LoCoFoRest ประเทศไทยพร้อมกับกลุ่มผู้ขับเคลื่อนในจังหวัดแพร่ในการจัดทำร่าง ‘Roadmap Phrae Sustainable Wood City’ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างวิสัยทัศน์ และแผนการดำเนินการสำหรับห่วงโซ่คุณค่าด้านนวัตกรรมจากป่าไม้ ที่จะนำไปสู่เศรษฐกิจชีวภาพในจังหวัดแพร่ 

โดยนายอนุวัช เน้นย้ำการให้ความสำคัญกับป่าชุมชน ที่มีพื้นที่ขนาดกว่า 300,000 ไร่ ในจังหวัดแพร่ ที่ต้องอาศัยการบริหารจัดการพื้นที่อย่างรอบด้าน  และเน้นการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสร้างความร่วมมือทั้งภายในจังหวัดและพันธมิตรภายนอก เพื่อนำไปสู่การนำเสนอการจัดทำนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ และโอกาสความร่วมมือกับเมืองไม้ยั่งยืนสวีเดนต่อไป

(ภาพ: นายอนุวัช วงศ์วรรณ นายกอบจ.แพร่ และ Fredrik Silfwerbrand จาก Swedish Forest Agency)

 

นอกจากนี้ ในส่วนของความร่วมมือไทย-สวีเดน นางอรุณรุ่ง โพธิ์ทอง ฮัมฟรีย์ส เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศสวีเดน ได้ให้เกียรติกล่าวเปิดกิจกรรมระดมสมอง (ช่วงบ่าย) ผ่านทางออนไลน์ โดยท่านทูตฯ ได้เล่าถึงบทบาทสำคัญของการทูตนวัตกรรมเชิงรุก (Innovation Diplomacy) และความร่วมมือด้านป่าไม้ไทย-สวีเดนที่ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม ให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีพ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา มีการจัดงานสัมมนานำคณะผู้เชี่ยวชาญสวีเดนมาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่ประเทศไทย และการผนึกกำลังคณะผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป่าไม้ไทยเดินทางไปร่วมศึกษาโมเดลสวีเดน (Forestry Value chain)  ซึ่งผลลัพธ์คือมีการต่อยอดความร่วมมือดังกล่าวสู่การพัฒนางานวิจัยด้านอุตสาหกรรมการก่อสร้างอาคารด้วยไม้ในประเทศไทย เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญในการสร้างรากฐานของอุตสาหกรรมใหม่ในประเทศไทยสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนภายใต้ผืนป่า

ในการพัฒนางานวิจัยมีการจับคู่ผู้เชี่ยวชาญสวีเดนเข้ามาร่วมศึกษาวิจัยกับคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยได้รับการสนับสนุนทุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)

โดยการจัดการประชุมและดำเนินโครงการร่วมกับ LoCoFoRest ณ จ.แพร่ในปีนี้ เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือไทย-สวีเดนที่เข้มแข็ง รุกเดินหน้าคู่ขนานโดยเจาะลึกไปยังการขับเคลื่อนพัฒนาระบบอุตสาหกรรมป่าไม้ในระดับท้องถิ่นของประเทศไทย 

(ภาพ: เอกอัครราชทูตอรุณรุ่ง โพธิ์ทอง ฮัมฟรีย์สนำคณะผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป่าไม้ไทยลงพื้นที่ศึกษา ณ ประเทศสวีเดน)

งานเสวนาภาพรวม-โอกาสอุตสาหกรรมป่าไม้ประเทศไทยและจังหวัดแพร่

ภายในงานประชุม LoCoFoRest Workshop ‘Phrae Sustainable Wood City’ ยังมีการจัดเวทีเสวนาภาพรวมอุตสาหกรรมป่าไม้ในประเทศไทย และหารือแนวทางการเสริมความเข้มแข็งในระบบอุตสาหกรรมด้านป่าไม้ (System Value Chain) ระหว่างวิทยากรผู้แทนจากหน่วยงานต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ ภายใต้หัวข้อดังนี้ 

  • เป้าหมายและแผนแม่บทป่าไม้แห่งชาติและโอกาสแพร่ ‘Sandbox’
    โดย ดร.สุวรรณ ตั้งมิตรเจริญ ผู้อํานวยการสํานักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้กรมป่าไม้
  • ภาพรวมสถานการณ์ป่าไม้จ.แพร่
    โดย นายเจษฎา พันสถา ผู้อํานวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดแพร่ (ทสจ.แพร่)
  • FIO กับธุรกิจงานไม้ใน จ. แพร่
    โดย น.ส.รัชนีวรรณ สะท้าน หัวหน้างานแปรรูปและผลิตภัณฑ์ไม้ร้องกวาง องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.)
  • คนรุ่นใหม่กับงานไม้เมืองแพร่
    โดย คุณปวีณา ถือคํา บริษัท พรีบิลท์เอเชียออกแบบ, ก่อสร้างบ้าน
  • โอกาสอุตสาหกรรมไม้สําหรับการก่อสร้างในประเทศไทย
    โดย น.ส. รัชนีกร รวมทวี ผู้จัดการ Innovation Management and Incubation, เอสซีจีสมาร์ทลีฟวิ่ง
  • ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้ผืนป่าสร้างสรรค์ TCDC-Forest Lab จ.แพร่
    โดย อาจารย์พงศธร กันทะวงค์ อาจารย์ประจําหลักสูตร วิทยาลัยชุมชนแพร่
  • ธรรมาภิบาลบริหารจัดการป่าไม้ – สร้างความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน 
    โดย น.ส. วิลาสินี ไชยจันทร์ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ / ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระแก้ว (ผู้เข้าร่วมโครงการ LoCoFoRest รุ่นที่ 4) 

นอกจากนี้ทีม LoCoFoRest ประเทศลาวได้ร่วมแลกเปลี่ยนบทเรียนเรื่องการสร้างศักยภาพการบริหารจัดการสวนป่าสักปลูกโดยชุมชน ณ จังหวัดบ่อแก้ว ประเทศลาว ส่วนผู้ใหญ่สุชาติ สมบูรณ์เถกิง ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ ได้ร่วมถ่ายทอดเรื่องราว ‘ชงกาแฟแก้การเผา’ (Arabasalt = อาราบิก้า+หินบะซอลต์) ที่มาการสร้างรายได้ให้ชุมชนและคงป่าให้อุดมสมบูรณ์

จังหวัดแพร่ มีศักยภาพความพร้อมในการยกระดับสู่การเป็นฐานขับเคลื่อน “Bio-based city” ในไทยด้วยการมีผู้เล่นสำคัญและฐานนโยบายเดิมที่เข้มแข็งที่ต้องการผลักดันให้แพร่เป็นเมืองแห่งไม้สักและเฟอร์นิเจอร์ อย่างไรก็ดี ยังคงต้องอาศัยการผสานความร่วมมือแบบบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนต่อไป ซึ่งในระหว่างวันที่ (19-21 ต.ค. พ.ศ. 2567) คณะทีม LoCoFoRest ได้นำผู้เชี่ยวชาญสวีเดนลงพื้นที่ศึกษาอุตสาหกรรมป่าไม้จังหวัดแพร่ อาทิ สถาบันนวัตกรรมป่าไม้ สวนป่าสักปลูกแห่งแรกของประเทศไทย อ.เด่นชัย (แม่พวก) สวนป่าปลูกและโรงเลื่อยจากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ณ ขุนแม่คำมี อ.ร้องกวาง ชุมชนป่าหน้าวัดขับเคลื่อนโดยเยาวชน สหกรณ์ไม้น้ำชำหัวฝาย สมาคมผู้ประกอบการค้าไม้ตำบลดอนมูล ศักดิ์สิทธิ์เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น เพื่อสร้างความเข้าใจภาพรวมตั้งแต่ ป่าต้นน้ำ ระบบอุตสาหกรรมไม้รวมถึงการอนุรักษ์แหล่งประวัติศาสตร์มรดกทางวัฒนธรรมด้านสถาปัตยกรรมอาคารไม้เก่าจังหวัดแพร่เช่นคุ้มเจ้าหลวง บ้านวงค์บุรี เดอะพิซซ่า คอมปะนี บ้านเขียว จ.แพร่ หรืออาคารไม้โดยผู้ประกอบการรุ่นใหม่ปู่โจ Ojisan สู่การแลกเปลี่ยนหารือโอกาสขับเคลื่อนในอนาคต ณ เวทีเสวนา LoCoFoRest Workshop ต่อไป

(ขอบคุณภาพจาก นายเอกภพ นิลพัฒน์ วิทยาลัยชุมชนแพร่)

โมเดลสวีเดน

สวีเดน ประเทศแห่งการส่งออกไม้เศรษฐกิจสูงติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก และยังครองตำแหน่งผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมเช่นกัน โดยมีการพลิกฟื้นป่าที่เสื่อมโทรมทั่วประเทศที่เหลือเพียง 30% เพิ่มเป็น 70% ได้สำเร็จภายในระยะเวลาไม่ถึง 100 ปี มีการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัล (Digitalization) มาบริหารจัดการป่า และนโยบายตัดไม้แต่ได้ป่า (หากตัด 1 ต้องปลูกเพิ่มอีก 3) รวมถึงการปลูกป่าไม้เชิงพาณิชย์ ส่งเสริมเศรษฐกิจเติบโต เช่น ไม้แปรรูปสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างอาคารไม้ จากทิศทางขยายตัวของเมืองเพิ่มขึ้น ตัวอย่างกรณีศึกษาที่น่าสนใจได้แก่เมือง Växjö Wood City ที่ใช้กลยุทธ์ Modern Wood Building Strategy สู่การเป็น The Greenest City ในทวีปยุโรปเพื่อลดการปลดปล่อยคาร์บอน และเร็วๆ นี้ ที่สตอกโฮล์มจะมีการเปิดตัวเมืองไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (The Largest Wood City) ณ Sickla, Näcka เป็นต้น โดยหัวใจสำคัญคือการพัฒนาเมืองต้องเติบโตคู่กับการพัฒนาป่าไม้และชุมชนอย่างเชื่อมโยงกัน 

(ภาพอาคารไม้ ณ สถานีรถไฟเมือง Växjö และ Stockholm Wood City) 

โดยผู้เชี่ยวชาญสวีเดนได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เข้าร่วม ณ จังหวัดแพร่ ภายใต้หัวข้อ ดังนี้ 

  • ‘ปัจจัยส่งเสริมสู่การจัดหาไม้ที่ยั่งยืนในสวีเดน’
    โดย คุณ Fredrik Silfwerbrand, Swedish Forest Agency
  • ‘เมือง’ กุญแจสำคัญในการฟื้นฟูป่า
    โดย คุณ Aaron Kaplan, Director, Eco-Innovation Foundation (EIF)  
  • โอกาสของแพร่ ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญด้านป่าไม้สวีเดน
    โดย คุณ Klas Bengtson, Co-Founder, Eco-Innovation Foundation
  • การเงินสนับสนุนโครงการพัฒนาเมืองยั่งยืนและการฟื้นฟูป่า เปิดโอกาสสู่ ‘Climate Finance’ โดย คุณ Anna Tengberg, Senior Advisor, Stockholm International Water Institute (SIWI)
(ภาพ: แนะนำผู้เชี่ยวชาญสวีเดน)

ชวนคิดแบบ ‘IKEA’

ในช่วงกิจกรรมระดมสมอง คุณ Aaron Kaplan, Director of Eco Innovation Foundation ได้ยกโมเดลชุดความคิดจากบริษัทเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังจากสวีเดน ‘IKEA’ มาฝึกให้ผู้เข้าร่วมคิดถึงการพัฒนานวัตกรรมภายใต้แนวคิด “Openness – internally and to the world, Closeness – to the customer” หรือการเปิดกว้างภายในองค์กรสู่ระดับโลก และการใกล้ชิดกับผู้บริโภคเพื่อตอบโจทย์แก้ปัญหาความต้องการที่ตรงจุด รวมถึงแนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์แบบรอบด้าน ได้แก่ มิติการดีไซน์สินค้า การก่อสร้างและวัสดุที่ใช้ ระบบห่วงโซ่การผลิต มิติด้านความยั่งยืน และด้านการสื่อสาร เป็นต้น ซึ่งภายในระยะเวลาอันสั้น ผู้เข้าร่วม Workshop ได้มีการแลกเปลี่ยนเกิดไอเดียนวัตกรรมใหม่ ๆ มากมาย มีการร่วมสร้างวิสัยทัศน์และแนวทางเบื้องต้นในการขับเคลื่อนสู่เมืองฐานเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio-based City) สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจ BCG Economy (Bio-Circular-Green) ของประเทศไทย

(ภาพ:การระดมสมองสู่การพัฒนาโมเดล Phrae: Bio-based City)

สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป? 

ขณะนี้ได้มีการจัดตั้งกลุ่มคณะขับเคลื่อนที่เข้มแข็งในการร่าง Roadmap ‘Phrae Sustainable Wood City’ โดยทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ยินดีตอบรับเป็นเจ้าภาพร่วมขับเคลื่อนร่วมกับโครงการ LoCoFoRest และคณะผู้ขับเคลื่อน Road Map เช่น Phrae Move และผู้แทนจากทุกภาคส่วน ซึ่งจะมีการประชุมทางออนไลน์กับผู้เชี่ยวชาญสวีเดนทุก ๆ 2 สัปดาห์ เพื่อเตรียมการดำเนินงานแบบบูรณาการ และนำเสนอ Roadmap (ฉบับร่าง) ในช่วงกลางเดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2568 เพื่อเป็นกรณีศึกษาพิจารณาต่อยอดสู่การออกนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.แพร่ (Phrae Sandbox) โดยในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีคณะผู้เข้าร่วมโครงการ LoCoFoRest กว่า 60 คน จาก 5 ประเทศ (ไทย สปป. ลาว เวียดนาม เอธิโอเปีย และสวีเดน) เดินทางมาฝึกอบรมที่ประเทศไทย และลงพื้นที่จังหวัดแพร่ เพื่อศึกษาแนวทางการจัดการบริหารป่าไม้ในไทย นำไปสู่การต่อยอดแลกเปลี่ยนโมเดลแห่งประเทศไทยกับต่างประเทศในอนาคต 

(ภาพ: นาทีแห่งการเห็นพ้องของผู้เข้าร่วมขับเคลื่อน Roadmap Phrae Sustainable Wood City ร่วมกับโครงการ LoCoFoRest)

สามารถติดตามเกี่ยวกับโครงการ LoCoFoRest ได้ที่: https://www.locoforest.se/


ติดตามข่าวสารพัฒนานวัตกรรมไทย-นอร์ดิก สู่ความยั่งยืน
Facebook: https://www.facebook.com/TNIUThailandNordicInnovation/

ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ:
ธันยพร วงศ์ธิติโรจน์ (TNIU) pear.tniu@gmail.com 


ขอบคุณหน่วยงานผู้เข้าร่วมประชุม Workshop LoCoFoRest และให้การสนับสนุน
1.สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม/
TNIU Thailand and Nordic Countries Innovation Unit
2.กรมป่าไม้
3.องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่
4.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่ (ทสจ.)
5.องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้
6.สำนักงานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่
7.Phrae Move
8. TCDC จ.แพร่
9.มหาวิทยาลัยแม่โจ้
10.วิทยาลัยชุมชนแพร่
11.สถาบันนวัตกรรมด้านป่าไม้จังหวัดแพร่
12.สมาคมการค้าผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์และผลิตภัณฑ์ไม้สักจังหวัดแพร่
13.สมาคมผู้ประกอบการค้าไม้ตำบลดอนมูล (DM Furniture)
14.กลุ่มเปื้อนยิ้มแป้
15.คณะกรรมการไม้เศรษฐกิจ
16.เครือข่ายป่าชุมชน
17.สภาองค์กรชุมชนจังหวัดแพร่ 
18.YEC จ. แพร่ (Young Entrepreneur Chamber of Commerce)
19.สมาพันธ์ SME ไทยจังหวัดแพร่ 
20.สภาลมหายใจ จ.แพร่
21.สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ (ป่าชุมชน)
22.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนค้าเฟอร์นิเจอร์ หัวดง-ดอนมูล
23.สหกรณ์บริการผลิตภัณฑ์ไม้ดอนมูล
24.สหกรณ์บริการผลิตภัณฑ์ไม้น้ำชำ – หัวฝาย
25.สหกรณ์บริการผลิตภัณฑ์ไม้พัฒนาเวียงทอง
26.FSC Thailand
27.RECOFT ประเทศสปป.ลาว 
28.Mekhong Timber Plantations 
29.Lao Development of Human Resources in Rural Areas Association
30.Faculty of Forest Science มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว
31.บริษัท SCG Smart Living 
32.บริษัท Siam Forestry Co.,ltd 
33.มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
34.Thai PBS
35.ไทยรัฐ
36.บจก.ทีเอฟ อินดัสทรี
37.สมาคมรักษ์เมทองเก่าแพร่
38.ป่าหน้าวัด, ข่ายลูกหลานเมืองแพร่
39.กรมการปกครอง
40.ป่าชุมชน (กาแฟแก้เผา-Arabasalt)
41.เครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดแพร่
42.บริษัท Narita Decor
43.คาเฟ่ปู่โจ Ojisan
44.บริษัททวิศักดิ์เฟอร์นิเจอร์
45.บริษัท ซีเอ็มโอไทย จำกัด
46.Skogsstyrelsen (Swedish Forest Agency)
47.Eco Innovation Foundation (EIF) 
48.Stockholm International Water Institute (SIWI) 
49.Linnaeus University (เข้าร่วมวันที่ 11 ต.ค.)
50.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระแก้ว ฯลฯ 
51.บริษัท Flow Folk Co., Ltd 
52.บริษัท Prebuilt Asia
53.วิสาหกิจล้อเกวียนล้านนา บ้านท่าล้อ
54.บริษัทบ่งแซ
55.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท. สำนักงานแพร่) ฯลฯ


เกี่ยวกับโครงการ ‘LoCoFoRest’

LoCoFoRest (Locally Controlled Forest Restoration Training Program) เป็นโครงการอบรมด้านบริหารจัดการป่าไม้-เมืองยั่งยืนโดยพลังชุมชนจากสวีเดน  สนับสนุนโดยหน่วยงาน SIDA, Skogstyrelsen, Eco-Innovation Foundation (EIF), และ Stockholm International Water Institute (SIWI) โดยเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนขับเคลื่อนพัฒนาป่าไม้ จากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ ประเทศไทย สปป. ลาว เวียดนาม เนปาล เอธิโอเปีย เป็นต้น ได้เข้าร่วมการอบรมกับผู้เชี่ยวชาญด้านป่าไม้สวีเดนตลอดระยะเวลา 1 ปี (ทั้งออนไลน์และที่สวีเดน) ด้วยความเชื่อว่า ‘เมืองเป็นกลไกในการฟื้นฟูป่าและพัฒนาชุมชนให้มีชีวิตการเป็นอยู่ที่ดี’

ซึ่งในปี ค.ศ. 2024 นี้ เป็นปีที่ 4 แล้วที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว โดยเงื่อนไขคือต้องมีการสร้างโครงการเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง (Change Project) โดยกลุ่มผู้เข้าร่วมจากประเทศไทยในปีนี้มี 5 คนจาก 3 หน่วยงาน ได้แก่

1.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระแก้ว 

-นางสาววิลาสินี ไชยจันทร์ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ / ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระแก้ว

2.องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้
-นางสาวกุสุมา พรหมยานนท์ หัวหน้างานแผนงานและประเมินผล องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เขตลำปาง
-นางสาวสกาวเดือน กิ่งแก้ว หัวหน้างานแผนงานและประเมินผล องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เขตเชียงใหม่

3. Thailand and Nordic Countries Innovation Unit (TNIU)
(หน่วยงานภายใต้สถานเอกอัครราชทูตไทยในกลุ่มประเทศนอร์ดิก)

-สุรัชนา ภควลีธร, Project Manager, TNIU 
-ธันยพร วงศ์ธิติโรจน์, Coordinator and Content creator, TNIU 

ซึ่งทางคณะผู้เข้าร่วมได้เล็งเห็นถึงศักยภาพจังหวัดแพร่ที่มีความพร้อมขับเคลื่อนต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ ยกระดับเป็นโมเดลต้นแบบในการบริหารจัดการป่าไม้-เมืองยั่งยืนแห่งประเทศไทย จึงเป็นที่มาของการเดินหน้ารุกร่วมกับเครือข่ายอุตสาหกรรมป่าไม้ ณ จังหวัดแพร่ นำทีมผู้เชี่ยวชาญสวีเดนลงพื้นที่ แลกเปลี่ยนหารือแนวทางการนำร่อง Roadmap “Phrae Sustainable Wood City” แห่งประเทศไทย 

ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ: ธันยพร วงศ์ธิติโรจน์ (TNIU Thailand and Nordic Countries Innovation Unit) pear.tniu@gmail.com


ติดตามรับชม TNIU FIKA Episode 5 ตอน : แนะนำโครงการ ‘LoCoFoRest’

บทความโดย TNIU Thailand and Nordic Countries Innovation Unit

Subscribe

Enter your email below to receive updates.

Discover more from Welcome to TNIU

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading