
บทบาทการทูตเชิงนวัตกรรมของไทย (Innovation diplomacy)
Q: TNIU จะพัฒนาต่อยอดอย่างไรในอีก 5 ปีข้างหน้า และโอกาสในการผสานความร่วมมือระหว่างไทย-เดนมาร์ก จะเป็นอย่างไรได้บ้าง?
ท่านทูตศิริลักษณ์: กลุ่มประเทศนอร์ดิกมีความเจริญทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมสูงที่สุดกลุ่มหนึ่งของยุโรป โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ส่งเสริมความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมที่เป็นที่ต้องการของประเทศไทย TNIU ได้ก่อตั้งขึ้นก็เพื่อร่วมกัน แสวงหาโอกาสและช่องทางนำองค์ความรู้ทางนวัตกรรมเหล่านี้ไปให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยได้เรียนรู้ และเชื่อมต่อให้เกิดความร่วมมือเพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้เหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น TNIU จะเข้มแข็งได้ก็จากการทำงานร่วมกันระหว่างสถานเอกอัครราชทูตที่เป็นผู้เห็นโอกาสและเปิดประตูให้กับหน่วยงานในประเทศไทยที่เป็นผู้รับลูกต่อและพิจารณาว่านวัตกรรมจากประเทศใดที่มีความสอดคล้องและกำลังเป็นที่ต้องการของหน่วยงาน โดยสถานเอกอัครราชทูตของแต่ละประเทศพร้อมที่จะดำเนินโครงการในเชิงลึกร่วมกับหน่วยงานของท่านเพื่อให้ความร่วมมือกับประเทศเป้าหมายเกิดผลที่ยั่งยืน
3 อุตสาหกรรมแห่งศักยภาพในเดนมาร์ก
1. อุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีการเกษตรและนวัตกรรมอาหาร


เดนมาร์กมีความโดดเด่นมากในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในภาคเกษตรกรรมและการผลิตอาหาร ในขณะเดียวกันก็สามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรต่อหน่วย ตลอดจนการเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์
2. อุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน



ทั้งการใช้พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานชีวภาพ และพลังงานจากขยะ ตลอดจนการเป็นประเทศแนวหน้าที่มีเทคโนโลยีลดการปล่อยและกับเก็บคาร์บอน ปัจจุบันมีการใช้พลังงานหมุนเวียนผลิตไฟฟ้ามากกว่าร้อยละ 86 และตั้งเป้าจะผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งหมดภายในปี 2030 และใช้พลังงานหมุนเวียนในทุกภาคการผลิตภายในปี 2050
3. อุตสาหกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ ยา และการแพทย์


เดนมาร์กมี Medicon Valley เป็นความร่วมมือกับสวีเดน ตั้งอยู่ในพื้นที่โคเปนเฮเกนทางตะวันออกของเดนมาร์กและทางตอนใต้สุดของสวีเดน ถือเป็นศูนย์กลาง สำคัญของอุตสาหกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มประเทศนอร์ดิก มีระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ Life Sciences เป็นแหล่งรวมความรู้ที่ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยด้านชีววิทยาศาสตร์ระดับโลกและมีโครงสร้างพื้นฐาน ในการทำการวิจัยจำนวนมาก
แรงบันดาลใจ

การได้เห็นแหล่งเรียนรู้และการกระตุ้นให้ประชาชนได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่งในสังคมเดนมาร์ก ไม่เพียงแต่ในโรงเรียน แต่ยังมีในพิพิธภัณฑ์ สวนสาธารณะ ห้องสมุด ศูนย์วัฒนธรรม และศูนย์บริการของเทศบาลทุกแห่ง การพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองที่น่าอยู่เพื่อคุณภาพชีวิตของประชากร ด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน จึงอยากให้ประเทศไทยได้มีการพัฒนาเช่นนี้เพื่อคุณภาพชีวิตของคนไทยเช่นกัน
แบ่งปันประสบการณ์
Q: หากสามารถแนะนำแนวคิด/วิถีชีวิตของชาวนอร์ดิกอย่างหนึ่งให้คนไทย



ท่านทูตศิริลักษณ์: ความเป็นประเทศนวัตกรรมของเดนมาร์กที่มีรากฐานมาจากระบบการศึกษาที่เข้มแข็ง ช่วยเปิดกว้างให้ผู้เรียนได้ใช้ความคิดและจินตนาการตั้งแต่ในวัยเยาว์ ไปจนถึงวัฒนธรรมการทำงานอย่างเป็นองค์รวมผ่านความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ซึ่งต่างเข้ามาร่วมเสนอแนวคิดที่หลากหลายจนเกิดฉันทามติในการขับเคลื่อนนโยบายที่ไปในทิศทางเดียวกัน ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การมุ่งลดการปล่อยคาร์บอนและการใช้พลังงานสะอาดในทุกภาคการผลิตเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม เดนมาร์กยัง มีศูนย์บ่มเพาะการวิจัยและพัฒนาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยการสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ ที่ทำให้ได้มาซึ่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ เป็นวัฒนธรรมการเรียนรู้ การคิดและการทำงานที่คนไทยน่าเรียนรู้
ถอดบทเรียนจากปี 2024
ในปีนี้สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ดำเนินการภายใต้ TNIU รวม 3 โครงการ ได้แก่
1.โครงการส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอนหรือ CCUS


โดยได้ร่วมกับกลุ่ม Chiang Mai CCS มหาวิทยาเชียงใหม่และเครือข่ายพันธมิตรนำผู้เชี่ยวชาญจากเดนมาร์กไปบรรยายและจัด workshop ที่ประเทศไทยภายใต้งาน International CCUS Sumposium
2.โครงการส่งเสริมความร่วมมือด้านนวัตกรรมอาหาร




โดยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากเดนมาร์กไปบรรยายที่ประเทศไทยเกี่ยวกับเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืชและแมลง เทคโนโลยีการออกแบบมื้ออาหารและการวิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภค การจัดการขยะอาหาร การลดคาร์บอนในภาคอาหาร และการเพิ่มผลผลิตภาคการเกษตรและการสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหาร
3.โครงการส่งเสริมความร่วมมือนวัตกรรมด้านการศึกษา


โดยได้นำครูใหญ่จากโรงเรียน Viking International School ของเดนมาร์กไปบรรยายเกี่ยวกับระบบและวิธีการเรียนการสอนของเดนมาร์กที่เป็นการบ่มเพาะความคิดนวัตกรรมให้กับกลุ่มโรงเรียนเอกชนในประเทศไทย
ซึ่งสองโครงการแรกที่ได้ดำเนินการไปแล้วนับได้ว่าประสบความสำเร็จในการเชื่อมการติดต่อและการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ระหว่างฝ่ายเดนมาร์กกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย (output) แต่ยังต้องผลักดันให้เกิดมีผลของความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม (outcome) ที่เป็นส่วนสำคัญที่สุดของการดำเนินโครงการ ที่เริ่มเห็นผลแล้ว อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและกรมปศุสัตว์มีความสนใจในเทคโนโลยีทางเพาะเลี้ยง single cell protein ที่วิทยากรนำเสนอในโครงการฯ และประสงค์จะมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยกรุงโคเปนเฮเกน (UCPH FOOD) เพื่อขอทุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ทำวิจัยเกี่ยวกับการถ่ายทอดและต่อยอดเทคโนโลยีมาใช้ในประเทศไทย
นอกจากนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้มีแผนการให้นิสิตปริญญาเอกไปทำงานวิจัยที่ UCPH FOOD ในเรื่อง cold plasma ในเดือน ม.ค.-มิ.ย. ๒๕๖๘ หรือการที่เลขาธิการคณะกรรมการอาชีวศึกษาจะนำคณะมาเยือนเดนมาร์กเพื่อหารือกับ Dalum Academy of Agricultural Business ในการมีความร่วมมือกับวิทยาลัยการเกษตรและปศุสัตว์ของไทย ภายหลังจากที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้นำวิทยากรจาก Dalum Academy ไปบรรยายที่ประเทศไทย
ขอขอบคุณนางศิริลักษณ์ นิยม เอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์กที่ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมไทย-นอร์ดิกสู่ความยั่งยืน
ติดตาม : TNIU Thailand and Nordic Countries Innovation Unit



