
บทบาทการทูตเชิงนวัตกรรมของไทย (Innovation diplomacy )
Q: TNIU จะพัฒนาต่อยอดในอีก 5 ปีข้างหน้าอย่างไร เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนระหว่างไทย-นอร์ดิกให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น?
ท่านทูตชวนาถ: 1. สถานเอกอัครราชทูตฯ เห็นความสำคัญของการ พัฒนาต่อยอดช่องทาง TNIU ในการสนับสนุนและส่งเสริมการขยายธุรกิจหรือ Startup ระหว่างไทยกับฟินแลนด์ผ่านโครงการเร่งรัดความเติบโตข้ามประเทศ โดยนอกจาก TNIU จะนำเสนอผลงานและศักยภาพของนวัตกรรมที่ไทยและฟินแลนด์รวมทั้งภูมิภาคนอร์ดิกอาจพัฒนาร่วมกันแล้ว TNIU อาจช่วยวิจัยตลาดและวิเคราะห์โอกาสในการหาพันธมิตรหรือหุ้นส่วน และสร้างเครือข่ายและเชื่อมโยงนวัตกรหรือสตาร์ทอัพที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนหน่วยงานสนับสนุนของฝ่ายไทยและฝ่ายฟินแลนด์ที่จะช่วยเสริมสร้างการเติบโตผ่านโครงการวิจัยพัฒนานวัตกรรมหรือสตาร์อัพร่วมกันได้
2. TNIU ควรให้ความสำคัญกับการอบรมบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ให้มีการพัฒนาความคิดแบบผู้ประกอบการหรือ entrepreneurial mindset โดยอาจจะจัดทำการอบรมออนไลน์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาความคิดริเริ่มและทักษะด้านการบริหารจัดการ การตลาด ตลอดจนการนำเสนอผลงานซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับสตาร์ทอัพในการระดมทุน
อุตสาหกรรมที่มุ่งเน้น
Q: อุตสาหกรรมหรือตัวอย่างนวัตกรรมความยั่งยืนที่ประสบความสำเร็จและมีศักยภาพสูงในการสร้างความร่วมมือที่มีผลกระทบเชิงบวกและเป็นที่เร่งด่วนของไทย
ท่านทูตชวนาถ: ฟินแลนด์มีความเชี่ยวชาญและความถนัดในเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย อีกทั้งยังมีบทบาทในการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสีเขียว การพัฒนาพลังงานหมุนเวียนโดยเฉพาะพลังงานลมและแสงอาทิตย์ การจัดการขยะและการรีไซเคิล การผลิตและจัดเก็บพลังงานไฮโดรเจนเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมและการขนส่ง การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสิ่งแวดล้อมโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ IoT ซึ่งจะช่วยในการตรวจสอบคุณภาพอากาศ น้ำ หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การจัดการน้ำท่วม หรือการพัฒนาแนวทางในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอื่นๆ การใช้เทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Technology) เทคโนโลยีดาวเทียม ในการคำนวณและพยากรณ์อากาศ เทคโนโลยีการป้องกันมลพิษทางอากาศ เทคโนโลยีเครือข่าย 6G รวมถึงแนวทางการอบรมบ่มเพาะธุรกิจ startup ซึ่งประเทศไทยสามารถเรียนรู้และนำไปพัฒนาปรับใช้ ให้เข้ากับบริบทของตน โดยตัวอย่างนวัตกรรมด้านความยั่งยืนที่สำคัญของฟินแลนด์ ได้แก่ นวัตกรรมด้านการเปลี่ยนแปลงขยะให้เป็นพลังงาน (แทนการฝังกลบ) ซึ่งฟินแลนด์ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ไทยในรูปแบบโรงงานเผาขยะแปรรูปเป็นพลังงานทั้งในแหล่งชุมชน (BMH Technology ที่ จ. นครสวรรค์) และโรงงานพลังงานจากขยะเพื่อใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรมในเขตโรงงาน (Biomass Plants Construction ใน จ. พระนครศรีอยุธยา และ จ. ระยอง เป็นต้น






แรงบันดาลใจ
Q:ในฐานะที่ท่านทูตได้สัมผัสทั้งวัฒนธรรมไทยและนอร์ดิก ท่านมีแรงบันดาลใจในการทำงานสร้างความร่วมมือด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนระหว่างสองภูมิภาคนี้อย่างไรบ้าง?
ท่านทูตชวนาถ: แรงบันดาลใจที่ได้จากวัฒนธรรมนอร์ดิกที่เด่นชัดที่สุดก็คือการให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์ และการออกแบบเพื่อแก้ปัญหา หรือ design thinking ซึ่งมุ่งการแก้ปัญหาเพื่อตอบโจทย์ของตลาดและผู้ใช้งาน ซึ่งจะต้องมีการสร้างเป้าหมายและวางแผนเพื่อกำหนดหรือเน้นจุดที่จะต้องแก้ไข
ซึ่งในฟินแลนด์จะมีการพัฒนาทักษะการคิดเชิงออกแบบตั้งแต่ยังเด็ก ผ่านการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมที่กระตุ้นให้เด็กเกิดความคิดสร้างสรรค์และออกแบบสิ่งต่างๆด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้วัสดุหลากหลายในการสร้างโมเดลหรือการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานง่ายๆ เช่น ต่อกล่องบรรจุของ ทำร่มชูชีพจำลอง เป็นต้น โดยให้เด็กลงมือทำและแก้ปัญหาจริง และสร้างทักษะในการระดมสมอง (brainstorming) โดยให้เด็กฝึกฝนการทำงานเป็นกลุ่มเพื่อช่วยให้มีการยอมรับฟังความเห็นของผู้อื่น และเกิดมุมมองอย่างหลากหลายในการแก้ปัญหา การวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นระบบ และสร้างวัฒนธรรมที่เรียนรู้จากการทดลองสิ่งใหม่ๆ โดยไม่กลัวความล้มเหลว ซึ่งปัจจุบัน สถาบันปัญญาภิวัฒน์และโรงเรียนสาธิต มศว ปทุมวัน ภาคภาษาอังกฤษ ของไทย ก็ได้ส่งคณะอาจารย์ มาดูวิธีการเรียนการสอน ตลอดจนการวางหลักสูตรของฟินแลนด์ เพื่อนำไปปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของไทย นอกจากนั้น สถานทูตก็ยังได้นำคณะอาจารย์จากโรงเรียน Ylikylän และ Kirkokylän ของเทศบาลเมืองแกมเปเล่ ไปสอนหลักสูตรด้าน media literacy ให้โรงเรียนพุทธะประทีป ของพระอาจารย์ชยสาโรด้วย

แบ่งปันประสบการณ์
Q: หลังจากได้ใช้ชีวิตในภูมิภาคนอร์ดิกมาระยะหนึ่ง หากท่านทูตสามารถแนะนำประเพณี/การปฏิบัติ/วิธีคิดของชาวนอร์ดิกอย่างหนึ่งให้คนไทย จะเลือกอะไรและเพราะเหตุใด?
ท่านทูตชวนาถ: ฟินแลนด์ให้ความสำคัญมากกับการอยู่กับ ธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ซึ่งโดยมักจะเป็นการวิ่งจ๊อกกิ้ง ขี่จักรยาน พายเรือ เล่น paddle board ว่ายน้ำ หรือการพักผ่อนหย่อนใจ โดยการเข้าซาวน่า แคมปิ้ง หรือไปเดินเขา คนฟินน์จึงมีความใส่ใจกับการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่การผลิต การบริโภค การกำจัดขยะโดยนำกลับมาใช้ใหม่ จึงมีการปลูกฝังทัศนคติโดยทั่วไปในชีวิตประจำวันของคนทุกเพศทุกวัย ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญในการส่งเสริมการอยู่ในเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือ circular economy และการลดสภาวะโลกร้อนอย่างยั่งยืน ซึ่งคนไทยสามารถปลูกฝังค่านิยมดังกล่าวโดยต้องมีการสนับสนุนอย่างเป็นบูรณาการจากทุกภาคส่วนเพิ่อให้การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมมีทิศทาง มีเป้าหมายชัดเจน และเป็นระบบ โดยอาจใช้ปรัชญาในการดำเนินชีวิตแบบ Sisu ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาในศาสนาพุทธเกี่ยวกับความเพียรในนิทานชาดกพระมหาชนก ซึ่งสอนให้ทุกคนมีความมุมานะ พากเพียรพยายามในการฟันฝ่าอุปสรรคหรือสถานการณ์ที่ยากลำบาก ตลอดจนเปิดใจพร้อมเผชิญหน้ากับความท้าทายน้อยใหญ่ที่เข้ามา ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการรับมือกับสังคมโลกขณะนี้ที่เต็มไปด้วยความปั่นป่วน หรือ disruptive world


บทเรียนจากปี 2024
Q: จากประสบการณ์ด้านการทูตนวัตกรรม (innovation diplomacy) มีบทเรียนสำคัญใดบ้าง และจากผลการดำเนินงานในโครงการปี 2024 จะกำหนดกลยุทธ์และกิจกรรมต่อไปอย่างไร?
ท่านทูตชวนาถ: การสนับสนุนให้มี platform การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน เช่น การเชิญให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าต่างประเทศและการพัฒนาเยือนประเทศไทย เพื่อส่งเสริมและแสวงหาแนวทางการต่อยอดทางธุรกิจและเทคโนโลยีที่ทั้งสองฝ่ายเห็นประโยชน์ร่วมกัน การบรรยายกิจกรรมพิเศษด้าน Sustaiable Fashion & Fabrics ของคณาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้แก่นักศึกษาและนักวิชาการที่มหาวิทยาลัย Aalto University การแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้บริหารถึงระดับผู้ประกอบการทางธุรกิจของฟินแลนด์และไทย ทำให้เปิดโลกทัศน์เกี่ยวกับนวัตกรรมและสตาร์ทอัพของไทยอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งช่วยสร้างช่องทางและเครือข่ายทางธุรกิจได้โดยตรง อันนำไปสู่ความเห็นพ้องในการกำหนดนโยบายระดับประเทศ ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การทำโครงการวิจัยและพัฒนาร่วม การแบ่งปันข้อมูลและการศึกษาร่วมกันเพื่อให้สามารถต่อยอดทางธุรกิจและช่วยในการเติบโตของ Startup ไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีโครงการจะนำอาจารย์ด้าน textile ของ มหาวิทยาลัย Aalto ไปเป็น visiting lecturer แล้ว และคาดว่าทาง ม. Aalto ก็จะได้ทาบทามอาจารย์จาก ม. ธรรมศาสตร์มาเป็นอาจารย์รับเชิญเพื่อบรรยายพิเศษให้แก่นักศึกษาของตนเช่นกัน- สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังมุ่งที่จะสนับสนุนให้ธุรกิจ Startup ไทยได้มาร่วมงาน Slush ซึ่งจัดขึ้นประจำทุกปีในฟินแลนด์เพื่อโชว์ตัวสตาร์ทอัพใหม่ๆ ทั่วโลก และระดมการลงทุนจาก venture company ต่างๆ ที่มาร่วมงาน โดยงานดังกล่าวมีหมุดหมายสำคัญในการสร้างระบบนิเวศเพื่อช่วยเร่งรัดการพัฒนานวัตกรรมที่สร้างความเปลี่ยนแปลงระดับโลก สอดรับกับนโยบายการพัฒนา Startup ของไทยให้ก้าวสู่สากล ซึ่งทุกภาคส่วนของไทยไม่ว่ารัฐหรือเอกชน ภาควิชาการ องค์กรส่งเสริมธุรกิจ จะต้องมีส่วนช่วยกำหนดกรอบแนวทางและนโยบายฝึกอบรมและให้คำปรึกษาเพื่อสร้างขีดความสามารถและทักษะของผู้ประกอบการ สร้างเครือข่ายและให้การสนับสนุนทางด้านทรัพยากร ไม่ว่าจะด้านห้องปฏิบัติการ เทคโนโลยี หรือพื้นที่สำนักงาน เพื่อให้สตาร์ทอัพของไทยสามารถ ทดลองและพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีการติดตามและประเมินผลเพื่อนำไปปรับปรุงแนวทางการสนับสนุนให้เหมาะสมยิ่งๆ ขึ้นไป






ขอขอบคุณนางสาวชวนาถ ทั่งสัมพันธ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ที่ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมไทย-นอร์ดิกสู่ความยั่งยืน
ติดตาม : TNIU Thailand and Nordic Countries Innovation Unit



