สรุป Key Takeaway จาก ☕️TNIU FIKA Ep. 7 : คิด-ผลิต-ส่ง-ใช้ หมุนเวียนอย่างไรให้ยั่งยืนกว่าเดิม? ด้วยนวัตกรรมไทย-สวีเดน ♻️

☕TNIU FIKA Episode 7 นี้ ชวนมาแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนาระบบนวัตกรรมสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน กับคุณพัทรียา เหล่านิพนธ์ ฟลูดีน (คุณจุ๋ย) หญิงแกร่งแดนไวกิ้ง ผู้มีประสบการณ์ทำงานในสายการวางแผนการผลิตทั้งในประเทศไทยและสวีเดนมาแล้วเกือบ 20 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น Master Planning Manager บริษัท Svenska Retursystem AB และเป็น Country Manager บริษัท CERO Global สตาร์ทอัพไทยที่ได้เข้าร่วมโครงการ Scale Up Impact! Thailand x Sweden Global Startup Acceleration Program พร้อมอีกบทบาทสำคัญ คือการเป็นคุณแม่ลูกอ่อน (Working mom) ณ สวีเดน สามารถติดตามบทสัมภาษณ์สุดพิเศษของคุณจุ๋ยได้แล้วที่นี่
✨ Highlight ✨
🔹 แนวคิด วิถีชีวิตการทำงานและวัฒนธรรม Work-life balance ในสวีเดน
🔹 Svenska Retursystem : แนวคิดการออกแบบระบบ Value chain ยั่งยืนด้วย ‘ลังขนส่ง’
🔹 ส่องเทรนด์พฤติกรรม / Mindset ผู้บริโภคแถบนอร์ดิก สู่เป้าหมาย 2030
🔹 CERO Global : สตาร์ทอัพไทย ทำให้ทุกคนสนุกกับการขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
🔹 โครงการ Scale up Impact! Thailand x Sweden Global Startup Acceleration Program
🧑🧑🧒🏡 วิถีชีวิต-การทำงาน Work-life balance ในสวีเดน
เป็นถึงประเทศผู้นำด้านนวัตกรรม ทำไมผู้คนถึงไม่เน้นทำงานอย่างหักโหมเคร่งครัด? คงเป็นเพราะปรัชญา Lagom (ลา-กอม) ไม่มากไป ไม่น้อยไป ที่แฝงอยู่ในทุกมิติในการใช้ชีวิต “เพราะคุณภาพชีวิตที่ดี คือรากฐานของความสำเร็จที่ยั่งยืน”
ในตอนที่คุณจุ๋ยรู้ว่าจะได้เป็นคุณแม่ คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในใจคือ…“เราจะบาลานซ์ชีวิตการทำงานอย่างไร?” แต่ในระบบสวัสดิการและวัฒนธรรมองค์กรสวีเดนที่ให้คุณค่ากับชีวิตครอบครัวมาก ทำให้เบาใจยิ่งขึ้น เช่น ให้สิทธิ์ลาคลอดที่ยืดหยุ่นทั้งพ่อและแม่เพื่อส่งเสริมบทบาทการเลี้ยงดูลูกที่เท่าเทียม หรือการที่รัฐสนับสนุนให้เข้าถึงศูนย์ดูแลเด็กเล็กที่มีคุณภาพ ฯลฯ ด้วยระบบที่ออกแบบมาบนพื้นฐานของความเข้าใจความเป็นมนุษย์ ทำให้ชีวิตไม่ต้อง“เลือกระหว่างลูกกับงาน” สามารถเติบโตในสายอาชีพได้อย่างมั่นคง พร้อมกับทำหน้าที่ในบ้านได้อย่างเต็มที่โดยไม่รู้สึกผิด
‘การเป็นแม่’ ก็ไม่ใช่อุปสรรคของความฝันอีกต่อไป ❤️
อย่าใช้ชีวิตเพื่อทำงาน… แต่ให้ ‘งาน’ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มชีวิต” คุณจุ๋ยกล่าว

🔁 “วางแผนระบบดี = รากฐานของผลลัพธ์ที่ยั่งยืน”
🔍 สวีเดนก่อนจะลงมือทำอะไร…มักจะวางแผนให้แน่ชัดลึกซึ้งในระยะยาว
โดยให้ความสำคัญที่ข้อมูลและระบบเป็นอย่างมาก หาใช่การมองกำไรในระยะสั้น แต่คำนึงคุณภาพของสินค้า, ภาระหน้าที่ของพนักงาน, และผลกระทบทั้งต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ฯลฯ
- กรอบความคิด PDCA (Plan – Do – Check – Act) จึงถูกนำมาใช้จริงในทุกภาคส่วน
โดยเฉพาะในขั้นตอน Planning ที่เป็นหัวใจของระบบสวีเดน ซึ่งใช้เวลาสร้างในการสื่อสารเพื่อความชัดเจนและสร้างความร่วมมือจากหลายฝ่ายเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน
“ทุกคนต้องเข้าใจว่า เรากำลังทำอะไร ทำไปเพื่ออะไร และจะส่งผลต่อใคร”
เพราะมากกว่าการวางแผนการผลิต คือ “การสร้างระบบที่มีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว”
🇸🇪บทเรียนจากสวีเดน: จากกล่องพลาสติกใบเดียว สู่ระบบโลจิสติกส์ที่เปลี่ยนทั้งอุตสาหกรรม

หากใครเคยเดินในซูเปอร์มาร์เก็ตสวีเดน เช่น Coop, ICA หรือ Axfood ฯลฯ อาจสังเกตเห็นผักผลไม้ ของสด ถูกบรรจุอยู่ในกล่องพลาสติกสีเทา (crates) หรือพาเลท (pallete) ที่ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ใช้เหมือนกันหมดสิ่งที่เห็นนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากการวางแผนระบบหมุนเวียนบรรจุภัณฑ์ของบริษัท Svenska Retursystem (SRS) ผู้ออกแบบระบบการขนส่งในวงการอุตสาหกรรมอาหารที่ใช้ทั้งประเทศ
♻️ ทำไมต้องสร้าง “ระบบหมุนเวียน” (Circular system) ในอุตสาหกรรมอาหาร ?
อุตสาหกรรมอาหารเป็นหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานที่ใหญ่และซับซ้อนที่สุดในโลก มีการขนส่งสินค้าแบบวันต่อวัน ปริมาณมาก ต้องรักษาคุณภาพและความสะอาดอยู่เสมอ ในอดีตการขนส่งของในสวีเดนก็เต็มไปด้วยกล่องกระดาษ ลังไม้ หรือพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง ซึ่งล้วนสร้างปัญหาทั้งในแง่สิ่งแวดล้อม การจัดการ และต้นทุน เป็นต้น
บริษัท SRS จึงเข้ามาเปลี่ยนแนวทางด้วยระบบกล่องและพาเลทพลาสติกแบบใช้ซ้ำได้ (Reusable system) โดยมีเป้าหมายชัดเจน เพื่อลดปัญหาขยะและคาร์บอนดังกล่าว และ ยกระดับมาตรฐานกลางที่ “ทุกฝ่ายใช้ร่วมกันได้”
แม้กล่องพลาสติกเวียนคืน จะไม่ใช่นวัตกรรมที่มีเทคโนโลยีหวือหวา แต่เป็น “โซลูชันเชิงระบบที่ยั่งยืน” มีการพยายามใช้ระบบนี้ในระดับสินค้ากลุ่มเฉพาะ หรือภายในบริษัทเอกชนในหลากหลายประเทศ แต่ที่น่าทึ่งคือ ระบบนี้สามารถยกระดับใช้ได้ทั้งประเทศสวีเดน และเริ่มทำมาแล้วเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ณ สมัยที่ประเด็นการพัฒนาสู่ความยั่งยืนยังไม่ได้ถูกมองเป็นเรื่องสำคัญหลักในหลายภาคธุรกิจ
🤝 Collaboration is Key
ความสำเร็จของระบบนี้ SRS ทั้งประเทศในสวีเดนนี้ ไม่สามารถเดินเพียงลำพัง แต่เกิดจากความร่วมมือของทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ฟาร์ม ผู้ผลิต บริษัทโลจิสติกส์ ไปจนถึงซูเปอร์มาร์เก็ต โดยมีองค์กรกลางอย่าง DLF Sweden (Trade association) และ Swedish Grocery Store Association (SvDH) ที่ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการสร้างมาตรฐานร่วมกัน สู่การผลักดันใช้งานจริง
“จากระบบที่แยกกันทำ…มาเป็นระบบที่ ทุกฝ่ายร่วมมือกัน แม้แต่บริษัทที่เป็นคู่แข่งกันก็ตาม หันมาใช้ทรัพยากรร่วมกัน และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน นี่แหละคือ mindset แบบ Scandinavian ที่น่าชื่นชมมากๆ” คุณจุ๋ยกล่าว
📦 ออกแบบผลิตภัณฑ์ = ออกแบบระบบ

กล่องและพาเลทของ SRS มีนวัตกรรมที่แฝงอยู่ โดยถูกคิดมาอย่างครบวงจร ได้แก่
- กล่องซ้อนทับได้ ประหยัดพื้นที่
- แข็งแรง ใช้งานซ้ำได้ถึงหลายร้อยครั้ง
- ขนาดมาตรฐาน รองรับระบบอัตโนมัติ (Warehouse Automation)
- ดีไซน์คำนึงถึงผู้ใช้ (Human Centric & Ergonomic Design) ใช้เครื่องจักรทดแทน
- ใช้ซ้ำ-ล้างคืน : ลังทุกรุ่นผ่านมาตรฐานล้างความสะอาดสำหรับสินค้าอาหาร
- มีระบบการติดตามแบบ Real Time ด้วย ERP, RFID, IoT
- โดยในอนาคตปี 2030 นี้ ได้มีเป้าหมายใช้วัสดุพลาสติกรีไซเคิลมาผลิตทั้งหมด 100%
- การขนส่งปลอดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง (Fossil-free transport) ภายในประเทศภายในปี 2025 และ ต่างประเทศ 2030
- ลดการใช้พลังงาน ทรัพยากรน้ำ และใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิต
SRS ไม่ได้ขายลังแต่ขาย “ระบบหมุนเวียนที่ยั่งยืน” ที่เรียบง่ายแต่ประสิทธิภาพสูง

ดูวิดิโอเกี่ยวกับ Svenska Retursystem (ภาษาสวีเดน) เพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/MtpXq5PACqI?si=XbriMnZhe7HyeFLU
🇹🇭💪🏻4 แนวทางที่ไทยทำได้ทันที:
1. System Thinking + Digital Integration
ใช้เทคโนโลยีง่ายๆ ช่วยติดตามวัตถุดิบและการใช้งานเช่น Barcode / QR code / ERP หรือ RFID เพื่อเชื่อมข้อมูลระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ใน supply chain และติดตามอายุสินค้า, การหมุนเวียน, การซ่อมแซม ซึ่งอาจค่อย ๆ ขยับไปสู่ระบบ digital twin หรือ IoT ในอนาคต
2. Automation + Human-Centric Design
เพิ่ม productivity คำนึงถึงสุขภาพคนทำงาน เช่น สร้างระบบช่วยยกของ, พื้นที่ทำงานแบบ ergonomic การออกแบบระบบร่วมกันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้ง supply chain เพื่อให้การออกแบบครอบคลุมความต้องการที่หลากหลาย
3. Circular Model
เริ่มใช้กล่อง/ลังหมุนเวียนในธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีก พร้อมจุดคืน–ล้าง–ส่งกลับ
4. Standardization for ease of collaboration
ตั้งมาตรฐานกลางในอุตสาหกรรม เช่น ขนาดกล่อง, ขนาดพาเลท
→ ลดความซับซ้อน เพิ่มการประสานงาน และในอนาคตเมื่อนำหุ่นยนต์หรือเครื่องจักรมาใช้ก็สามารถทำได้ง่ายขึ้น
“เทคโนโลยีอาจต้องใช้เวลา แต่แนวคิดเป็นระบบ เริ่มได้เลย”
♻️เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคนอร์ดิก
“สวีเดนเป็นหนึ่งในประเทศที่ผู้บริโภคมีส่วน ‘ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง’ ไปสู่ความยั่งยืนมากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ค่ะ” ผู้บริโภคไม่ใช่แค่ผู้ตอบสนองต่อการตลาด แต่เป็นผู้กำหนดทิศทางของตลาด

- 🤔ให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของสินค้า
- ชอบสินค้าที่มาจาก “การผลิตแบบยั่งยืน”
- สนใจฉลาก CO₂ ,Organic, Fair Trade
- ถ้าต้องเลือก… ผู้บริโภคจำนวนมากยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อช่วยโลก
- 🚴🏻♂️เดินทางอย่างยั่งยืน
- นิยมเดิน ปั่นจักรยาน ใช้ระบบขนส่งมวลชน
- รัฐสนับสนุนใช้รถ EV และการเดินทางที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ
- ♻️คัดแยกขยะและรีไซเคิล
- เป็นพฤติกรรมปกติของทุกครอบครัว
- มีจุดทิ้งขยะแบบแยกประเภทตามเมืองเล็ก-ใหญ่
- กระทั่งสินค้าชิ้นเล็กอย่างหลอดไฟ หรือกล่องนม เสื้อผ้าเก่าก็มีจุดรีไซเคิลเฉพาะ
- 🤲🏻ลด-ใช้ซ้ำ-แลกเปลี่ยน
- ตลาดร้านขายของมือสองที่ตกแต่งดูดีมาก
- มีแพลตฟอร์มเช่าเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์
- ผู้บริโภคมองว่า “การซ่อม” ดีกว่า “การซื้อใหม่”
- 📈 พฤติกรรมแบบนี้สะท้อนในธุรกิจอย่างไร?
- ร้านอาหารเริ่มโชว์ปริมาณคาร์บอนของแต่ละเมนู และมีระบบการขายอาหารที่ใกล้หมดอายุในราคาพิเศษ
- ซูเปอร์มาร์เก็ตมี shelf สำหรับ “สินค้าลดคาร์บอน”
- ธุรกิจเริ่มพัฒนาสินค้าแบบ “Low-impact” เพราะรู้ว่าผู้บริโภคใส่ใจจริงจัง
“ในสวีเดน ผู้บริโภคมองว่า ‘การซื้อของ’ คือการแสดงจุดยืนต่อโลกใบนี้ค่ะ”
ไม่ใช่แค่เรื่องคุณภาพ แต่เป็นเรื่องของ จริยธรรมต่อสิ่งแวดล้อม เพราะการเลือกสินค้าอย่างรับผิดชอบ คือส่วนหนึ่งของการอยู่ร่วมกันในสังคมคาร์บอนต่ำ
🚀 CERO Global: สตาร์ทอัพไทยที่อยากให้การใช้ชีวิตยั่งยืนเป็นเรื่องง่าย

ในอีกบทบาทหนึ่งของคุณจุ๋ย คือเป็น Country Manager ประจำสวีเดน ของบริษัท CERO Global สตาร์ทอัพไทยที่พัฒนาแอปและระบบที่ช่วยให้ผู้บริโภคสนุกกับการลดรอยเท้าคาร์บอนของตัวเองแบบ Real time จุดเด่นของ CERO Global คือ “Empower People to be Part of the Solution” โดย
1. 🧮 วัดผลได้จริง
- มีแพลตฟอร์มที่ให้ผู้ใช้ “คำนวณปริมาณคาร์บอน” จากกิจกรรมประจำวัน
เช่น การเดินทาง การบริโภคพลังงาน การเลือกซื้อสินค้า
2. 💡 ให้ทางเลือกที่ดีกว่า
- แอปจะแนะนำทางเลือกที่ “คาร์บอนต่ำกว่า”
เช่น เส้นทางการเดินทางแบบยั่งยืน ร้านค้าที่มีสินค้า low impact - สร้างพฤติกรรมที่ดีอย่างต่อเนื่อง ผ่าน gamification และ reward
3. 🧩 เชื่อมโยงกับธุรกิจและเมือง
- ทำงานร่วมกับองค์กรและภาครัฐ ให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าหรือบริการที่คาร์บอนต่ำได้ง่ายขึ้นและเปิดให้มีกิจกรรมอื่นๆ เช่น การจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ การชดเชยคาร์บอน หรือ eco-challenge รายเดือน เป็นต้น
- ธุรกิจที่เข้าร่วมเองยังสามารถ Track พฤติกรรมผู้บริโภคและข้อมูลการลดการใช้หรือรีไซเคิลของผู้บริโภคเพื่อนำไปคำนวนเป็น carbon credit ของบริษัทได้


🚀CERO Global ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 12 สตาร์ทอัพไทยที่ได้เข้าร่วมโครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพไทย-สวีเดน “Scaleup Impact! Thailand x Sweden Global Startup Acceleration Program” ผนึกกำลังสนับสนุนโดย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม / Thailand and Nordic Countries Innovation Unit (TNIU) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) บริษัท เทคซอส มีเดีย สมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย และ Epicenter
โดยได้รับโอกาสเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญทั้งฝั่งไทยและสวีเดน เพิ่มความเข้าใจด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน circular economy และความยั่งยืนในมุมมองของยุโรป และได้สร้างเครือข่ายกับสตาร์ทอัพและนักลงทุนต่างประเทศตลอดระยะเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา
คุณจุ๋ยได้ทิ้งท้ายข้อแนะนำสำหรับ Startup ที่ต้องให้ความสำคัญก่อนมา Scaleup ที่สวีเดน
- 1. ทำความเข้าใจบริบทของตลาดสวีเดน: ที่เน้นความโปร่งใส ความยั่งยืน และ trust
- 2. มี Business model ที่สามารถ scale ได้จริง และมี impact ต่อสังคม
- 3. เตรียมทีมให้พร้อมเรื่องภาษา วัฒนธรรม และ mindset ที่เปิดกว้าง
- 4. ต้องมีความพร้อมเรื่องข้อมูลทางการเงิน ข้อกฏหมาย และวิธีวัดผล impact อย่างชัดเจน

ขอเชิญร่วมเป็นกำลังใจ และสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยให้เติบโตไปสู่ตลาดสากล ณ เวที Thailand Pitch Day ผ่านโครงการ Scaleup Impact! Thailand x Sweden Global Startup Acceleration Program วันที่ 16 พ.ค. 2025 นี้ ณ Epicenter สตอกโฮล์ม หรือทางออนไลน์
ลงทะเบียนเข้าร่วมได้ที่ : https://funding-secrets-thailand-pitch-day.confetti.events/

ติดตามรับชม TNIU FIKA Ep.7 ย้อนหลังได้ที่วิดิโอด้านล่าง



