Paradigm shift in Fashion and Textile design

สิ่งทอและผ้ามีใช้อยู่ทุกที่ แต่จะทำอย่างไรให้ออกแบบสู่ความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น?

TNIU ชวนมาเจาะลึกถึงแนวคิดการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านสิ่งทอและแฟชั่นของฟินแลนด์ ประเทศอันดับ 1 ด้านการพัฒนาสู่ความยั่งยืนของโลก และยังขึ้นชื่อด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

ภายใต้ผืนผ้าดีไซน์เหล่านั้น… จะมีนวัตกรรมได้อย่างไรบ้าง ?

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮลซิงกิ ร่วมกับ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ Department of Design, Aalto University School of Arts, Design and Architecture ประเทศฟินแลนด์ ได้ร่วมจัดกิจกรรมเสวนาเรื่อง “การพลิกโฉมแนวคิดด้านการออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ” (Paradigm Shift in Fashion and Textile design) โดยผู้เชี่ยวชาญ Professor Maarit Salolainen, Head of the MA Major in Fashion, Clothing and Textile Design มหาวิทยาลัย Aalto ได้ถ่ายทอดแนวคิดการทำงานในวงการสิ่งทอของฟินแลนด์หลายมิติ ติดตามสรุปจาก TNIU Highlight ได้แล้วที่นี่ 

👚แนวคิด “Textile Thinking”

การออกแบบเสื้อผ้าและแฟชั่นในปัจจุบัน จะมองเพียงดีไซน์ความสวยงามรูปลักษณ์ภายนอกอย่างเดียวคงไม่พอ แนวคิดแบบ Creative Thinking / Design thinking กลายเป็นความรู้พื้นฐาน เพราะเกิดโจทย์ความท้าทายใหม่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

จะเลือกเส้นใยแบบ Recycle หรือ Organic ดี?

เพียงตั้งคำถามนี้ก็มีความแตกต่างที่ต้องคิดในหลายมิติ แม้จะเลือกเส้นใย Organic ที่ผ่านกระบวนการปลูกไร้ยา ทว่าสุดท้ายหากแบรนด์ต้องการความเป๊ะ เหมือนกันทุกตัว ก็ต้องมีการฟอกย้อมสี สารเคมีส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมอยู่ดี กลายเป็นการกล่าวอ้างจากจุดขายเดียว โดยอาจละเลยผลกระทบด้านอื่นๆ จนกลายเป็นสนับสนุนขบวนการ “Green Washing” เสียจนได้

การคิดแบบTextile Thinking” คือ มองให้ลึกไปจนถึงแก่นความรู้ หากเปรียบกับเสื้อผ้า คือมองให้ลึกถึงระดับโมเลกุลเส้นใย (Molecular weaving) โครงสร้างที่อยู่ลึกไปกว่าเส้นด้าย เพื่อให้เกิดการพูดคุย Dialogue ร่วมมือกันออกแบบในโจทย์ใหม่ๆ กับภาคส่วนอื่น เช่น “Textiles + Healthcare Application,” “Smart Textile + Material Science,” “Origami Principles + Weave Structure” เป็นต้น “เพราะสิ่งทอสามารถสร้าง Impact ได้มากกว่าที่คิด” 

วิดิโอจาก : Aalto University


💡Framework ชุดความคิดจาก
T shape สู่ I shape


การมองมากกว่าดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอก คือการมองให้ลึกและกว้าง เพราะความท้าทายมีอยู่ในทุกห่วงโซ่อุตสาหกรรม โมเดลความคิดที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้แก่ การคิดแบบ “T Shape of Textile designer” โดยแกนตั้งเปรียบดั่งความเชี่ยวชาญ รู้ลึกในสายงานการออกแบบเชี่ยวชาญในแต่ละแขนง ส่วนแกนนอนคือการเพิ่มความรู้ ขยายความเข้าใจในศาสตร์ต่างๆ ให้กว้างมากขึ้น เพื่อสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เช่น วิทยาศาสตร์ หรือวิศวกรรม เพื่อสร้างนวัตกรรมสู่การเปลี่ยนแปลงใหม่ จึงมีอาชีพใหม่ที่เกิด เช่น The designer-technicians

จาก T สู่ I

เมื่อเราเริ่มรู้ลึกและรู้กว้างได้แล้ว ควรมองให้ลึกซึ้งก้าวไปอีกขึ้น คือการคำนึงถึงมิติการพัฒนาสู่ความยั่งยืนและอนาคต เกิดเป็นโมเดลการคิดแบบ  I  Shape ที่ฐานแนวนอนด้านล่างเน้นสร้าง Impact เกิดประโยชน์ต่อผู้คนในวงกว้าง แก้โจทย์ความท้าทายของการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอระดับโครงสร้างห่วงโซ่ Value chains และชุดความคิดของสังคมและผู้นำ (Mindset barriers) ซึ่งหากมีการคิดลึกซึ้งครอบคลุมมากขึ้น จะทำให้เอื้อจ่อการเกิดนวัตกรรมใหม่ 

(ภาพ: I-Shape Diagram)

💡ตัวอย่างแนวคิดการพัฒนานวัตกรรมสิ่งทอจากฟินแลนด์


🖥️3D Simulation
การออกแบบโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขึ้นแบบ 3D มาช่วยวางแผนก่อนลงมือทำจริง เพื่อลดการใช้ทรัพยากรที่สิ้นเปลือง และเพิ่มปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นที่ต้องการ

🧬เครื่องทอเศษผ้ารีไซเคิล
โดยปกติเส้นใยเศษผ้า Recycle จะมีขนาดสั้นที่เครื่องถักใยส่วนมากในปัจจุบันจะรองรับเส้นทอแบบยาว จะทำอย่างไรเพื่อ Scale เศษผ้า Recycle ให้เกิดการผลิตได้มากยิ่งขึ้นระดับอุตสาหกรรม จึงมีการพัฒนาเครื่องทอรูปแบบใหม่ขึ้น อีกโอกาสในการสร้างนวัตกรรม ตัวอย่างบริษัทสัญชาติฟินแลนด์ที่มีการพัฒนาใช้เส้นใยรีไซเคิลได้แก่ บริษัท Spinnova  และ บริษัท Infinite Fibre เป็นต้น

(ภาพ: เครื่องจักรทอเศษผ้า Recycle จากฟินแลนด์) 

☀️Sun-powered textile
เสื้อผ้ากักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ โดยดีไซน์มีลักษณะโปร่ง แสงสามารถเข้าถึงได้ และยังใส่ลงเครื่องซักผ้าได้ พัฒนาจากการร่วมมือกันระหว่างภาควิชาดีไซน์และฟิสิกส์​ โดยพลังงานที่กักเก็บได้ สามารถชาร์จเซนเซอร์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น เซนเซอร์วัดอุณหภูมิ หรือ การเคลื่อนไหวของร่างกาย อีกความก้าวหน้าสู่ E-Textile ฯลฯ

🇫🇮🤝🇹🇭โอกาสความร่วมมือกับประเทศไทย
ทางผู้เชี่ยวชาญชาวฟินแลนด์ สนใจเรื่องประวัติศาสตร์สิ่งทอไทย ที่มีความละเอียดปราณีต เช่น ผ้าไหม รวมถึงประเทศไทยมีสีธรรมชาติหลายเฉดมากมายจากความหลากหลายทางชีวภาพ เช่นสีน้ำเงินจากคราม รวมถึงภูมิปัญญาการย้อมสีดั้งเดิม ส่วนของฟินแลนด์มีสีน้ำเงินจาก Woad plants โดยโปรเจค “Bio-color” พาเลตสีสำหรับอนาคต โจทย์คือจะทำอย่างไร? ในการนำเอาภูมิปัญญาเดิม ความสามารถในปัจจุบัน พัฒนากระบวนความคิดสู่อนาคต ทำให้วัสดุ Bio-based สามารถ Scale  up การเติบโตอย่างก้าวกระโดดได้อย่างในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม

ทาง สอท. ณ กรุงเฮลซิงกิ มหาวิทยาลัย Aalto University และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการจัดเวทีเสวนา Workshop อย่างต่อเนื่อง เช่นที่ กรุงเฮลซิงกิ จ.อุดรธานี และเข้าร่วมงาน Bangkok Design Week 2025 เพื่อส่งเสริม สร้างสรรค์ความร่วมมือไทย-ฟินแลนด์ สู่การพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอระดับโลกที่ยั่งยืน


“The most sustainable textile in the world is in your closet!”


สุดท้ายแล้ว… จะทำสิ่งทอให้ยั่งยืนที่สุดได้อย่างไร?
Professor Maarit
ได้ฝากแง่คิดไว้ว่า
“เสื้อผ้าที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าเราเอง คือ สิ่งทอที่ยั่งยืนที่สุดในโลก”
เพราะแม้จะมีการพัฒนานวัตกรรมสุดล้ำ แต่ก็ต้องใช้ทรัพยากร คิดและผลิตอยู่ดี  

สั่งซื้อหนังสือ : Interwoven : Exploring Materials and Structures เขียนโดย Professor Maarit Salolainen ได้แล้วที่
👉https://shop.aalto.fi/p/1736-interwoven/

เกี่ยวกับ Aalto University
👉https://www.aalto.fi/en 

Upcoming event:
👉Fashion Week in Helsinki (ระหว่างวันที่ 20-25 พฤษภาคม 2025) https://www.fashioninhelsinki.com/

ติดตามข่าวสารพัฒนานวัตกรรมไทย-นอร์ดิกสู่ความยั่งยืน
TNIU Thailand and Nordic Countries Innovation Unit


TNIU FIKA EP.3 : Sustainable Fashion and Textile Industry

บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับนวัตกรรมฟินแลนด์

Discover more from Welcome to TNIU

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading